สหประชาชาติออกโรงเตือนว่า ประชาชนมากกว่า 30 ล้านคนทั่วโลกจะถูกผลักเข้าสู่ภาวะยากจน แม้ว่าสงครามในตะวันออกกลางจะจบลงทันทีในวันพรุ่งนี้ และการขาดแคลนอาหารจะถึงจุดพีคในไม่กี่เดือนข้างหน้า

เมื่อ 23 เม.ย. 2569 นายอเล็กซานเดอร์ เดอ ครู จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ประชาชนมากกว่า 30 ล้านคนทั่วโลกจะถูกผลักให้กลับเข้าสู่ภาวะยากจน แม้ว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะสิ้นสุดลงทันทีในวันพรุ่งนี้เลยก็ตาม

“ทั่วโลกกำลังสูญเสีย GDP ไปประมาณ 0.5% ถึง 0.8% ซึ่งสิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับประเทศที่เปราะบางกว่าในโลก? มันหมายถึงประชาชน 32 ล้านคนกำลังถูกผลักให้กลับไปสู่ความยากจน” นายเดอ ครู กล่าว

“เงินที่ส่งกลับบ้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเดิมมักจะส่งตรงจากครอบครัวสู่ครอบครัว แต่ทุกวันนี้เงินส่วนนั้นกำลังหายไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าสงครามจะหยุดลงในวันพรุ่งนี้ แต่ผลกระทบเหล่านั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และจะผลักดันให้คนมากกว่า 30 ล้านคนต้องตกอยู่ในสภาวะยากจน”

นายเดอ ครู ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีเบลเยียม ระบุว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจาก ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและความไม่มั่นคงทางอาหารที่เพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นเส้นทางจัดส่งน้ำมันแล้ว มันยังเป็นเส้นทางขนส่งปุ๋ยจำนวนมหาศาลด้วย แต่ตอนนี้ช่องแคบดังกล่าวกลับถูกปิดลงเนื่องจากภาวะสงคราม

เดอ ครู เตือนด้วยว่า การขาดแคลนอาหารจะขึ้นสู่จุดสูงสุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “ฤดูกาลเพาะปลูกคือตอนนี้ ... หากคุณเพาะปลูกตอนนี้โดยที่ไม่มีปุ๋ย ผลผลิตก็จะลดลงอย่างมากในช่วงเดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน... และความไม่มั่นคงทางอาหารก็จะแตะระดับสูงสุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”

...


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn