เกิดเหตุรถไฟท้องถิ่น 2 ขบวนพุ่งชนประสานงากันบริเวณทางข้ามทางรถไฟทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 17 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัสถึง 4 ราย เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบเบื้องต้นคาดสาเหตุจากระบบความปลอดภัยยังไม่เป็นระบบอัตโนมัติ
เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินและตำรวจเดนมาร์กรายงานเหตุการณ์รถไฟท้องถิ่น 2 ขบวนพุ่งชนประสานงากันอย่างรุนแรงบนเส้นทางที่เชื่อมระหว่างเมืองฮิลเลอเริด และเมืองคาเกรุป ในเขตเกาะเชลลันด์เหนือ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น (23 เม.ย.)
ภาพจากสถานีโทรทัศน์ DR ของเดนมาร์ก เผยให้เห็นรถไฟสีเหลือง-เทา 2 ขบวนจอดนิ่งเผชิญหน้ากันในสภาพด้านหน้าพังยับเยินภายในพื้นที่ป่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยระบุว่าได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 06:30 น. โดยเจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังทั้งรถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์กู้ชีพเพื่อเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเป็นการด่วน
ล่าสุดหน่วยกู้ภัยยืนยันว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 17 ราย โดยมี 4 รายที่อาการอยู่ในขั้นวิกฤตและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแห่งชาติในกรุงโคเปนเฮเกนด้วยเฮลิคอปเตอร์ ส่วนที่เหลืออีก 13 รายถูกกระจายส่งไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง ทันทีที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีผู้โดยสารติดอยู่ภายในขบวนรถแล้ว
ด้านนางไตรเน เอเก็ตเวด นายกเทศมนตรีเขตกรีบสคอฟ แสดงความตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักที่นักเรียนและคนทำงานใช้สัญจรเป็นประจำ
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านรถไฟตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุอาจเกิดจากการที่พนักงานขับรถไฟขบวนหนึ่งอาจเคลื่อนรถล้ำสัญญาณไฟหยุดจนเข้าไปอยู่ในเส้นทางเดียวกันกับรถไฟอีกขบวน ประกอบกับเส้นทางสายกรีบสคอฟนี้ยังไม่ได้รับการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัตโนมัติที่ทันสมัย
...
แม้ว่าเดนมาร์กจะเป็นประเทศที่มีสถิติความปลอดภัยด้านการเดินรถไฟอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุบัติเหตุทางรางครั้งล่าสุดที่สร้างความหวั่นกังวล หลังจากที่ในปี 2019 เคยเกิดเหตุรถไฟชนครั้งใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย และเมื่อปีที่ผ่านมาเพิ่งเกิดเหตุรถไฟด่วนชนกับรถบรรทุกในฟาร์มซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
ล่าสุด ทางการเดนมาร์กได้สั่งระงับการเดินรถในเส้นทางดังกล่าวชั่วคราวและเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก.