รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซียเสนอแนวคิดเก็บค่าธรรมเนียมเรือสินค้าที่แล่นผ่าน "ช่องแคบมะละกา" หวังยกระดับประเทศจาก "รัฐริมขอบ" สู่ "ผู้เล่นหลัก" บนเวทีเศรษฐกิจโลก หลังเห็นตัวอย่างจากแผนของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สิงคโปร์ชี้การสัญจรต้องเป็นสิทธิเสรีภาพไม่ใช่เอกสิทธิ์ที่ต้องจ่ายเงินซื้

นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ได้เสนอแนวคิดในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมกับเรือที่สัญจรผ่าน "ช่องแคบมะละกา" ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เพื่อใช้ประโยชน์จากตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของประเทศให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด

แนวคิดดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นระหว่างการประชุมสัมมนาในกรุงจาการ์ตา ซึ่งนายปูร์บายาระบุว่า ข้อเสนอนี้สอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ที่ต้องการให้อินโดนีเซียหยุดมองตัวเองเป็นเพียงประเทศริมขอบ แต่ต้องเป็น "ผู้เล่นหลัก" ในเศรษฐกิจโลก โดยระบุว่า "อินโดนีเซียตั้งอยู่บนเส้นทางยุทธศาสตร์ แต่เรือกลับผ่านไปมาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่านั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่"

รมว.คลังอินโดนีเซียยอมรับว่า แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแผนการของอิหร่าน ที่เตรียมจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 สัปดาห์ โดยเขามองว่าหากสามประเทศชายฝั่งอย่าง อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และสิงคโปร์ ร่วมมือกันจัดเก็บค่าธรรมเนียม จะสร้างรายได้มหาศาล 

เขากล่าวว่า แม้ว่าอินโดนีเซียจะควบคุมน่านน้ำส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถกำหนดนโยบายได้ฝ่ายเดียว เนื่องจากเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ข้ามพรมแดน "สิงคโปร์มีขนาดเล็ก มาเลเซียก็คล้ายกัน บางทีเราอาจจะแบ่งมันออกเป็นสองส่วนได้ ถ้ามันง่ายอย่างนั้นก็คงดี แต่มันไม่ใช่ ดังนั้นด้วยทรัพยากรทั้งหมดที่เรามี เราต้องไม่คิดแบบตั้งรับ เราต้องเริ่มคิดแบบรุกมากขึ้น แต่ต้องทำอย่างรอบคอบ"

...

ด้านนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ ยังคงแสดงการคัดค้านว่า เส้นทางเดินเรือในช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์ "ต้องเปิดกว้างสำหรับทุกคน" พร้อมย้ำว่าสิงคโปร์จะไม่สนับสนุนความพยายามใดๆ ในการจำกัดการเดินเรือหรือการเรียกเก็บค่าผ่านทางในลักษณะ "ค่าต๋ง" เขากล่าวว่า "สิทธิในการสัญจรผ่านแดนเป็นสิ่งที่รับประกันสำหรับทุกคน เราจะไม่เข้าร่วมในความพยายามใดๆ ที่จะปิดกั้น ขัดขวาง หรือเรียกเก็บค่าผ่านทางในพื้นที่ของเรา"

สิงคโปร์เน้นย้ำว่า "สิทธิในการผ่านทาง" (Right of transit passage) ได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานสากล ไม่ใช่สิ่งที่รัฐชายฝั่งจะมอบให้เป็นเอกสิทธิ์ และไม่ใช่ใบอนุญาตที่ต้องร้องขอหรือต้องจ่ายเงินแลกมา

แม้รัฐบาลอินโดนีเซียจะมองว่านี่เป็นเพียง "แนวคิดเริ่มต้น" แต่ยอมรับว่าการดำเนินการจริงทำได้ยาก เนื่องจากต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งต่างก็มีส่วนแบ่งในพื้นที่ทางน้ำดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นแนวคิดเบื้องต้น โดยรัฐบาลอินโดนีเซียจะต้องพิจารณาผลกระทบต่อการค้าโลก และหารือกับประเทศที่เกี่ยวข้องก่อนมีการดำเนินนโยบายในอนาคต.


ที่มา CNA