องค์การนาซาเผยโฉมกล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นใหม่ "แนนซี เกรซ โรมัน" (Nancy Grace Roman) ที่ทรงพลังกว่ากล้องฮับเบิล 100 เท่า เตรียมส่งขึ้นสู่อวกาศเพื่อค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะนับหมื่นดวง พร้อมสำรวจความลึกลับของสสารมืดที่ครองพื้นที่ 95% ของจักรวาล
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา ได้เปิดตัวกล้องโทรทรรศน์อวกาศ "แนนซี เกรซ โรมัน" (Nancy Grace Roman) ณ ศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ด รัฐแมริแลนด์ โดยกล้องรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสแกนท้องฟ้าในมุมกว้างและลึกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า "สมุดแผนที่ของจักรวาล"
นายจาเร็ด ไอแซกแมน ผู้บริหารนาซาระบุว่า กล้องลำนี้จะช่วยตอบคำถามพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในทางดาราศาสตร์ เช่น จักรวาลมีวิวัฒนาการอย่างไร จุดจบของจักรวาลจะเป็นแบบไหน และมนุษย์เราอยู่ลำพังในจักรวาลหรือไม่
กล้องโทรทรรศน์โรมันตั้งชื่อตาม แนนซี เกรซ โรมัน นักดาราศาสตร์หญิงเจ้าของฉายา "มารดาแห่งกล้องฮับเบิล" แม้ว่ากล้องรุ่นใหม่นี้จะมีกระจกหลักขนาด 2.4 เมตร เท่ากับกล้องฮับเบิล แต่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่ามาก โดยมีขอบเขตการมองเห็น (Field of View) กว้างกว่ากล้องฮับเบิลอย่างน้อย 100 เท่า
นอกจากนั้นยังสามารถส่งข้อมูลกลับมายังโลกได้ถึง 11 เทราไบต์ต่อวัน ซึ่งข้อมูลเพียงปีเดียวจะมากกว่าที่กล้องฮับเบิลเคยเก็บมาตลอดทั้งชีวิต 30 กว่าปี รวมถึงสามารถสำรวจท้องฟ้าได้เร็วกว่าฮับเบิลถึง 1,000 เท่า โดยยังคงความละเอียดและไวต่อแสงอินฟราเรดในระดับเดียวกัน
...
นิกกี้ ฟ็อกซ์ ผู้ช่วยผู้บริหารภารกิจวิทยาศาสตร์ของนาซาเผยว่า "กล้องโรมันจะค้นพบดาวเคราะห์ใหม่นอกระบบสุริยะนับหมื่นดวง เผยให้เห็นดาราจักรนับพันล้านแห่ง ดาวระเบิดหรือซูเปอร์โนวานับพัน และดวงดาวอีกนับหมื่นล้านดวง"
เป้าหมายหลักอีกประการของกล้องโรมันคือการศึกษา "สสารมืด" (Dark Matter) และ "พลังงานมืด" (Dark Energy) ซึ่งเชื่อว่าเป็นองค์ประกอบถึง 95% ของจักรวาลที่เรามองไม่เห็น โดยสสารมืดทำหน้าที่เป็นเสมือนกาวที่ยึดโยงดาราจักรไว้ด้วยกัน ส่วนพลังงานมืดเป็นแรงผลักที่ทำให้จักรวาลขยายตัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ด้วยกล้องอินฟราเรดความละเอียด 300 ล้านพิกเซล กล้องโรมันจะสามารถตรวจจับแสงที่เดินทางมาจากดาราจักรไกลโพ้นเมื่อหลายพันล้านปีก่อน ทำให้เราสามารถมองย้อนกลับไปในอดีตเพื่อศึกษาว่าโครงสร้างของจักรวาลก่อตัวขึ้นได้อย่างไร
ตัวกล้องที่มีความยาว 12 เมตรและแผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ จะถูกขนส่งไปยังรัฐฟลอริดาเพื่อเตรียมยิงขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดของสเปซเอ็กซ์ ในเดือนกันยายนปีนี้เป็นอย่างเร็วที่สุด โดยจะไปประจำการที่จุด "L2" (Lagrange Point 2) ซึ่งห่างจากโลกประมาณ 1.5 ล้านกิโลเมตรในทิศทางตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์ เพื่อรักษาความเย็นของอุปกรณ์และป้องกันแสงรบกวนจากดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ข้อมูลจากกล้องโรมันจะทำงานร่วมกับกล้องเจมส์ เว็บบ์ เพื่อเปิดศักราชใหม่ของการค้นพบทางดาราศาสตร์ และอาจนำไปสู่การค้นพบที่คู่ควรกับรางวัลโนเบลในอนาคต.