ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ แห่งไต้หวัน ต้องยกเลิกการเดินทางเยือนประเทศเอสวาตินีอย่างกะทันหัน หลังเซเชลส์ มอริเชียส และมาดากัสการ์ พร้อมใจถอนสิทธิ์การบินผ่านน่านฟ้า ด้านรัฐบาลจีนออกโรงชื่นชมทั้ง 3 ประเทศดังกล่าวที่ยึดมั่นในหลักการ "จีนเดียว" ขณะที่ไต้หวันประณามเป็นการบีบบังคับที่ไร้เกียรติ
ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ แห่งไต้หวัน ต้องยกเลิกกำหนดการเดินทางเยือนราชอาณาจักรเอสวาตินีอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 40 ปีการครองราชย์ของสมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 หลังจาก 3 ประเทศในแอฟริกา ได้แก่ เซเชลส์ มอริเชียส และมาดากัสการ์ ประกาศยกเลิกใบอนุญาตการบินผ่านน่านฟ้าในนาทีสุดท้าย
เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำไต้หวันต้องยกเลิกการเดินทางไปต่างประเทศเนื่องจากปัญหาการถูกปฏิเสธการบินผ่านน่านฟ้า โดยทางการไต้หวันระบุว่านี่คือผลลัพธ์จากการ "กดดันอย่างหนัก" และการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจบีบบังคับจากรัฐบาลจีน
ด้านสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนออกมาแสดงความชื่นชมต่อท่าทีของทั้ง 3 ประเทศที่ยึดถือหลักการจีนเดียว โดยระบุว่า "ความยุติธรรมย่อมได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง" ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของจีนออกแถลงการณ์รุนแรงขึ้นโดยระบุว่า "เป็นที่ชัดเจนว่าโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า 'ประธานาธิบดีสาธารณรัฐจีน' อีกต่อไป ใครก็ตามที่แอบอ้างตำแหน่งจอมปลอมนี้กำลังทำตัวฝืนกระแสประวัติศาสตร์และจะนำความอัปยศมาสู่ตนเอง"
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมาดากัสการ์และเซเชลส์ให้เหตุผลอย่างเป็นทางการว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะประเทศของตนไม่ได้ให้การรับรองสถานะของไต้หวัน
ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ประณามการกระทำของจีนว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ระบอบเผด็จการมีต่อระเบียบโลก พร้อมยืนยันว่า "ไม่มีการข่มขู่หรือการบีบบังคับใดๆ จะมาสั่นคลอนความมุ่งมั่นของไต้หวันในการมีส่วนร่วมกับประชาคมโลกได้"
...
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันวิจารณ์คำแถลงของประเทศที่ปิดน่านฟ้าว่าเป็นการ "ยอมตนเป็นข้ารับใช้ของจีน" ส่วนสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ หลายรายได้ออกมาแสดงความกังวล โดยชี้ว่านี่ไม่ใช่การทูต แต่เป็นการบีบบังคับทางเศรษฐกิจเพื่อโดดเดี่ยวพันธมิตรที่เป็นประชาธิปไตย
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเอสวาตินี ระบุว่ารู้สึกเสียใจที่การเยือนครั้งนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเอสวาตินีในฐานะรัฐอธิปไตยจะยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระและให้ความสำคัญกับพันธมิตรที่เป็นประโยชน์ร่วมกันต่อไป
ปัจจุบัน เอสวาตินีถือเป็นประเทศเดียวในแอฟริกา และเป็น 1 ใน 12 ประเทศทั่วโลกที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน ท่ามกลางความพยายามอย่างหนักของจีนในการโดดเดี่ยวไต้หวันบนเวทีโลก