บรรยากาศการกลับคืนสู่ "บ้าน" ของผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้อาคารที่พักอาศัย "หวังฟุก คอร์ท" ย่านต่ายโป ซึ่งถือเป็นเหตุไฟไหม้ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 60 ปีของฮ่องกงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยทางการอนุญาตให้ผู้เช่าและเจ้าของห้องกลับเข้าสำรวจความเสียหายและเก็บกู้ทรัพย์สินสำคัญเป็นครั้งแรก หลังเหตุการณ์ผ่านมาเกือบ 5 เดือน

เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ประชาชนเตรียมตัวเตรียมใจ โดยหน่วยดับเพลิงเตือนว่าห้องพักกว่า 920 ห้องได้รับความเสียหาย และบางหลังถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงจากเหตุเพลิงไหม้ ภาพที่เผยแพร่โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลแสดงให้เห็นว่าเพดานและผนังของบางห้องชุดพังถล่มหรือไหม้เกรียมเป็นสีดำ และภายในเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง

พื้นที่ที่เสียหายของอาคารที่พักอาศัยในเขตต่ายโปของฮ่องกงถูกปิดกั้นเป็น "เขตอันตราย" ขณะเดียวกันก็มีการดำเนินการเสริมความแข็งแรงในบริเวณที่โครงสร้างอาคารเสียหาย โดยเมื่อกลับไปยังห้องพักของตน ผู้อยู่อาศัยจะต้องสวมหน้ากากอนามัย หมวกนิรภัย และถุงมือ

นายเคือง มัก วัย 78 ปี หนึ่งในผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์แห่งนี้มานานกว่า 40 ปี เปิดเผยด้วยความอัดอั้นก่อนจะกลับเข้าไปว่า แม้จะทำใจไว้บ้างแล้วจากภาพที่นักสังคมสงเคราะห์ส่งมาให้ดู แต่การต้องเห็นบ้านที่เคยสร้างครอบครัวมาเหลือเพียงโครงสร้างเหล็กเส้นและเศษกระเบื้องเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก โดยเฉพาะของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ ทั้งภาพถ่ายวันแต่งงานเมื่อ 50 ปีก่อน และจดหมายจากลูกชายที่คาดว่าถูกเผาวอดไปทั้งหมด

ในบรรดาผู้ประสบภัยกว่า 4,600 คน มีสัดส่วนถึง 1 ใน 3 เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งต้องเผชิญความลำบากอย่างหนัก เนื่องจากลิฟต์ในอาคาร 31 ชั้นยังใช้งานไม่ได้ ผู้สูงอายุบางรายต้องฝึกฝนร่างกายเพื่อให้สามารถเดินขึ้นบันไดไปตรวจสอบห้องพักของตนเองได้ นอกจากนี้ ทางการยังจำกัดเวลาการเข้าพักได้เพียง 3 ชั่วโมง และอนุญาตให้เข้าได้ไม่เกิน 4 คนต่อห้อง (หรือ 1 คนในห้องที่เสียหายหนัก) เพื่อความปลอดภัย

...

ขณะเดียวกัน ประชาชนยังคงรอคอยผลการสอบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 168 ศพ โดยข้อมูลเบื้องต้นจากคณะกรรมการอิสระระบุว่า ระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์ดับเพลิงเกือบทั้งหมดในอาคารล้มเหลวเนื่องจาก "ความผิดพลาดของมนุษย์" ในวันเกิดเหตุ

แฮร์รี่ เหลียง ผู้รอดชีวิต หนึ่งในผู้อยู่อาศัยกลุ่มสุดท้ายที่ออกจากอาคารในวันที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ บอกว่าเขามีความรู้สึกผสมปนเปกันเกี่ยวกับการกลับมาครั้งนี้ แม้เขาอยากเห็นห้องชุดที่เขาใช้ชีวิตอยู่มานานที่สุด เขากล่าวว่าเขาผิดหวังกับเวลาเพียง 3 ชั่วโมงที่เขาได้รับอนุญาตให้อยู่ที่นั่น เพราะมันไม่เพียงพอ

เจ้าหน้าที่ฮ่องกงเสนอที่จะซื้ออพาร์ตเมนต์คืนในราคาตลาดก่อนเกิดเพลิงไหม้ แม้ว่าจะมีความเสียหาย แต่กล่าวว่าการสร้างอาคารใหม่บนพื้นที่เดิมนั้น "เป็นไปไม่ได้" เขากล่าวว่า "ผมเชื่อว่าจริงๆ แล้วมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ต้องการรับข้อเสนอของรัฐบาล แต่ไม่มีทางเลือกอื่น พวกเขาถูกบังคับให้รับมัน" "ถ้าผมมีทางเลือก ผมคงไม่อยากออกจากหวังฟุกคอร์ทเลย"

รัฐบาลฮ่องกงมีแนวโน้มที่จะรื้อถอนอาคารทั้ง 7 หลังที่ได้รับความเสียหายหนัก และเสนอแผนรับซื้อสิทธิ์การถือครองคืนจากเจ้าของห้อง อย่างไรก็ตาม ชาวเมืองบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าจากการตรวจสอบพบว่ามีห้องพักเพียงครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 1,700 ห้องที่เสียหายหนัก ส่วนที่เหลืออาจยังสามารถซ่อมแซมได้

บาดแผลทางจิตใจที่ยังไม่จางหายไม่ใช่แค่ผู้ที่สูญเสียบ้าน แต่ผู้อยู่อาศัยในอาคารหลังที่ 8 ซึ่งรอดพ้นจากไฟไหม้มาได้ ต่างก็ตกอยู่ในสภาวะกดดันทางจิตใจอย่างรุนแรง โดยระบุว่าทุกครั้งที่มองออกไปเห็นอาคารรอบข้างที่ดำเป็นตอตะโก จะนึกถึงเพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เสียชีวิตในกองเพลิง ทำให้หลายครอบครัวไม่กล้าที่จะกลับมาอาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมอีกต่อไป

ทั้งนี้ กระบวนการอนุญาตให้ผู้ประสบภัยกลับเข้าพื้นที่เพื่อเก็บของจะดำเนินต่อไปจนถึงช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด หลังมีรายงานการจับกุมผู้ต้องสงสัยเข้าไปลักทรัพย์ในพื้นที่อาคารร้างในช่วงที่ผ่านมา.


ที่มา ASSOCIATED PRESS / AFP