มาเลเซียกลายเป็นชาติอาเซียนแห่งล่าสุด ที่ตัดสินใจติดต่อซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หลังจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้เกิดวิกฤตพลังงานดันราคาพุ่งสูง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มาเลเซียกลายเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชาติล่าสุด ที่พยายามจัดหาน้ำมันจากรัสเซีย ท่ามกลางวิกฤตพลังงานอันเป็นผลพวงจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ล่วงเลยเข้าสู่สัปดาห์ที่ 8 แล้ว
ตามรายงานของสำนักข่าว The Star นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม กล่าวเมื่อวันเสาร์ (18 เม.ย.) ว่า ปิโตรนาส (Petronas) บริษัทน้ำมันแห่งชาติ เตรียมเปิดการเจรจากับรัสเซียเพื่อซื้อน้ำมัน และรับประกันว่าจะมีปริมาณเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ
นายอันวาร์ตั้งข้อสังเกตว่า หลายประเทศในยุโรปและอเมริกาที่เคยคว่ำบาตรรัสเซียไปก่อนหน้านี้ ต่างก็กำลังแข่งขันกันเพื่อซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
“โชคดีที่ความสัมพันธ์ของเรากับรัสเซียยังคงแน่นแฟ้น ดังนั้น ทีมงานของปิโตรนาสจึงสามารถเจรจากับพวกเขาได้” นายอันวาร์กล่าวตามรายงานของ Sinar Harian หนังสือพิมพ์ภาษามาเลย์
ก่อนหน้านี้ มีรายงานระบุว่าประเทศอื่นๆ อีกหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ติดต่อไปยังรัสเซียหรือบรรลุข้อตกลงในการซื้อน้ำมันจากรัสเซียไปแล้วเช่นกัน
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย ได้เข้าพบ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ณ กรุงมอสโก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ “ความพยายามในการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองประเทศ ท่ามกลางพลวัตของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป”
นายเท็ดดี้ อินดรา วิจายา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพบปะระหว่างผู้นำทั้งสองใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมง โดยเริ่มจากการประชุมทวิภาคี 2 ชั่วโมง ตามด้วยการหารือแบบตัวต่อตัวอีก 3 ชั่วโมง
...
“มีข้อตกลงร่วมกันในหลายประเด็น รวมถึงความร่วมมือระยะยาวในด้านพลังงานและทรัพยากรธรณี เช่น น้ำมันและก๊าซ ความมั่นคงทางพลังงาน และการเพิ่มมูลค่าในอุตสาหกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ”
ขณะเดียวกัน ในวันที่ 14 เม.ย. นางชารอน การิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ประเทศของเธอได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ขยายระยะเวลาการผ่อนผัน เพื่อให้สามารถจัดซื้อน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซียได้
นางการินกล่าวเสริมว่า ฟิลิปปินส์กำลังกระจายแหล่งพลังงานให้มีความหลากหลาย โดยทางเลือกในการจัดหานั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่รัสเซียเท่านั้น รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังคงจับตาผู้ผลิตในอเมริกาใต้ ซึ่งรวมถึงโคลอมเบียและอาร์เจนตินา ตลอดจนแคนาดาและสหรัฐฯ ด้วย
ขณะที่เมื่อเดือนก่อน นายกรัฐมนตรีฝั่ม มิญ จิ๊ญ ของเวียดนาม เดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ และลงนามข้อตกลงร่วมกันหลายฉบับ รวมถึงความร่วมมือด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติด้วย
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna