กองทัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โชว์ศักยภาพสุดล้ำในการแข่งขันปักกิ่งฮาล์ฟมาราธอน วิ่งแซงนักกีฬาอาชีพ ทุบสถิติโลกมนุษย์เกือบ 7 นาที สะท้อนความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในจีน

การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอน รายการ Beijing E-Town Half Marathon ซึ่งจัดขึ้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในกรุงปักกิ่ง ในวันนี้ (19 เม.ย.) ภาพที่สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมคือภาพของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ฝีมือการผลิตของจีนจำนวนมาก วิ่งด้วยความเร็วสูงแซงหน้านักวิ่งที่เป็นมนุษย์ไปอย่างง่ายดาย แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะทางกายภาพและระบบนำทางอัตโนมัติที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น

ความก้าวหน้าในปีนี้ถือว่าก้าวกระโดดจากปีที่แล้วอย่างมาก เนื่องจากปีที่ผ่านมาหุ่นยนต์ส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาทางเทคนิคและวิ่งไม่จบการแข่งขัน อีกทั้งแชมป์หุ่นยนต์ปีที่แล้วยังทำเวลาไปถึง 2 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งช้ากว่ามนุษย์กว่าเท่าตัว แต่ในปีนี้จำนวนทีมที่เข้าแข่งเพิ่มขึ้นจาก 20 ทีม เป็นกว่า 100 ทีม 

หุ่นยนต์ที่คว้าชัยชนะในครั้งนี้พัฒนาโดยแบรนด์สมาร์ทโฟนชื่อดังอย่าง Honor (ออเนอร์) โดยเข้าเส้นชัยด้วยเวลาเพียง 50 นาที 26 วินาที ซึ่งเร็วกว่าสถิติโลกของมนุษย์ที่ จาคอบ คิปลิโม นักวิ่งชาวอูกันดา เคยทำไว้ที่กรุงลิสบอนเมื่อเดือนก่อนที่ 57 นาที 31 วินาที

ตู่ เสี่ยวตี๋ วิศวกรจาก Honor เปิดเผยว่า หุ่นยนต์รุ่นนี้ใช้เวลาพัฒนาเพียง 1 ปี โดยออกแบบความยาวขาที่ 90-95 เซนติเมตร เพื่อเลียนแบบสรีระของนักวิ่งระดับโลก และที่น่าสนใจคือมีการนำ "ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว" ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนมาติดตั้งเพื่อควบคุมอุณหภูมิขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง

แม้หุ่นยนต์จะโชว์ความเร็วที่น่าทึ่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่การวิ่งแข่ง แต่เป็นการทดสอบ "ความทนทานของโครงสร้าง" และ "การถ่ายโอนเทคโนโลยี" เพื่อนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการผลิตจริงในอนาคต โดยเฉพาะในงานที่อันตรายหรืองานในโรงงานที่ต้องการความแม่นยำ

...

ฉู่ เทียนฉี นักศึกษาด้านวิศวกรรมวัย 23 ปี หนึ่งในผู้ชมระบุว่า "โลกอนาคตจะเป็นยุคของ AI อย่างแน่นอน หากใครไม่เรียนรู้ที่จะใช้หรือยังต่อต้านมัน ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง"

ปัจจุบันรัฐบาลจีนกำลังผลักดันนโยบายอย่างหนักเพื่อเป็นผู้นำระดับโลกในด้านนี้ ทั้งการให้เงินอุดหนุนและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ก่อนหน้านี้ในงานฉลองตรุษจีน จีนยังได้โชว์หุ่นยนต์จากบริษัท ยูนิทรี ที่สามารถรำมวยจีนและใช้อาวุธได้อย่างคล่องแคล่ว ตอกย้ำความทะเยอทะยานในการครองตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และพลิกโฉมภาคการผลิตของโลกในอนาคตอันใกล้.


ที่มา Reuters