อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ อิสราเอลต้องจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากการถูกโจมตี ประเมินไว้เป็นเงิน 2.7 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนเปิดการเจรจารอบใหม่

วันที่ 16 เมษายน 2569 นายฟาเตเมห์ โมฮาเจรานี โฆษกรัฐบาลอิหร่าน เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลจะต้องจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้อิหร่าน ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสงครามที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีมูลค่าราว 270,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท

โดยระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งโรงงานน้ำมันและก๊าซ โรงงานปิโตรเคมี โรงถลุงเหล็กและอะลูมิเนียม รวมถึงฐานทัพทหาร ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟู นอกจากนี้ ยังมีสะพาน ท่าเรือ ระบบรถไฟ มหาวิทยาลัย โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำทะเล รวมถึงโรงพยาบาล โรงเรียน และบ้านเรือนประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย

โฆษกรัฐบาลยอมรับว่า ด้วยข้อจำกัดทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน รัฐไม่สามารถชดเชยความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีเครื่องบินพลเรือนอย่างน้อย 60 ลำไม่สามารถใช้งานได้ ในจำนวนนี้ 20 ลำถูกทำลาย ขณะที่สายการบินสูญเสียรายได้จำนวนมากในช่วงเทศกาลปีใหม่เปอร์เซีย

แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของความเสียหาย แต่ระบุว่า ประเด็นค่าชดเชยได้ถูกหยิบยกขึ้นหารือแล้วในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่ประเทศปากีสถานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และจะเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญในการเจรจาครั้งต่อไป

ขณะเดียวกัน ตัวแทนอิหร่านประจำสหประชาชาติ ยังกล่าวหา 5 ประเทศในภูมิภาคว่า ต้องร่วมรับผิดชอบชดเชย เนื่องจากถูกใช้เป็นฐานในการโจมตีอิหร่าน พร้อมเสนอแนวคิดจัดเก็บภาษีจากเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อนำมาเป็นแหล่งเงินชดเชย

...

ทางด้านนายเอบราฮิม เรซาอี โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภา ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงระยะ 2 สัปดาห์ไม่ควรถูกขยายเวลา พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลต้องยอมรับสิทธิของอิหร่าน รวมถึงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นอาจนำไปสู่การกลับมาของสงครามอีกครั้ง.

ที่มา Aljazeera