ศาลแขวงโซลตะวันตกสั่งจำคุกยูทูบเบอร์ชาวอเมริกันจอมฉาว "จอห์นนี โซมาลี" เป็นเวลา 6 เดือน หลังก่อวีรกรรมลบหลู่รูปปั้นรำลึก "หญิงบำเรอ" (Comfort Women) ในช่วงสงครามโลก รวมถึงการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารที่สร้างจาก AI
ศาลแขวงโซลตะวันตกได้มีคำพิพากษาตัดสินจำคุกนายแรมซีย์ คาลิด อิสมาเอล (Ramsey Khalid Ismael) หรือที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ว่า "จอห์นนี โซมาลี" ยูทูบเบอร์ชาวอเมริกันวัย 25 ปี เป็นเวลา 6 เดือน ในข้อหาทำลายความสงบเรียบร้อยของประชาชน ขัดขวางการทำงานของสถานประกอบการ และเผยแพร่เนื้อหาลามกอนาจารที่ใช้เทคโนโลยี AI
ยูทูบเบอร์รายนี้กลายเป็นที่โกรธแค้นอย่างรุนแรงของชาวเกาหลีใต้ หลังจากเมื่อเดือนตุลาคม 2024 เขาได้อัปโหลดวิดีโอขณะตัวเองกำลังจูบและเต้นลบหลู่ข้างรูปปั้นรำลึก "หญิงบำเรอ" (Comfort Women) ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานถึงผู้หญิงที่ถูกกองทัพญี่ปุ่นบังคับเป็นทาสกามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ภายหลังเขาจะออกมาขอโทษโดยอ้างว่า "ไม่รู้ถึงความสำคัญของรูปปั้น" แต่กระแสสังคมยังคงโจมตีเขาอย่างหนัก จนถึงขั้นที่เขาเคยถูกพลเมืองที่โกรธแค้นตามไล่ล่าและทำร้ายร่างกายในพื้นที่สาธารณะ
นอกเหนือจากประเด็นรูปปั้น ศาลยังพบว่าเขามีความผิดจากการก่อความเดือดร้อนรำคาญซ้ำซากเพื่อเรียกยอดวิว เช่น การเปิดเพลงชาติเกาหลีเหนือเสียงดังลั่นในที่สาธารณะ และการเทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปราดพื้นในร้านสะดวกซื้อ นอกจากนี้ การพิจารณาคดียังถูกเลื่อนออกมาจากกำหนดเดิมเนื่องจากอัยการได้เพิ่มข้อหาสำคัญ คือการเผยแพร่วิดีโอ Deepfake ในเชิงชู้สาวที่มีตัวเขาและยูทูบเบอร์หญิงท้องถิ่นปรากฏอยู่
ศาลมีคำตัดสินโทษจำคุก 6 เดือน และให้ควบคุมตัวทันทีหลังการตัดสิน โดยมีโทษกักขังเพิ่มเติม 20 วัน รวมถึงห้ามทำงานในสถาบันที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนและผู้พิการเป็นเวลา 5 ปีหลังพ้นโทษ
...
ศาลระบุในคำวินิจฉัยว่า "จำเลยกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อสาธารณชนโดยไม่เจาะจงตัวบุคคล เพียงเพื่อสร้างรายได้ผ่านยูทูบและเผยแพร่เนื้อหาโดยละเลยกฎหมายของเกาหลีใต้" แม้อัยการจะเรียกร้องให้ลงโทษจำคุก 3 ปี แต่ศาลพิจารณาเห็นว่าความเสียหายต่อเหยื่อบางส่วนยังไม่ถึงขั้นรุนแรง จึงตัดสินลงโทษดังกล่าว
ก่อนการรับฟังคำพิพากษา นายอิสมาเอลได้กล่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่าเขารู้สึกเสียใจและต้องการขอโทษชาวเกาหลีใต้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ก่อนหน้าจะมาสร้างวีรกรรมในเกาหลีใต้ เขาเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในญี่ปุ่นมาแล้ว จากการล้อเลียนผู้โดยสารบนรถไฟเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูที่นางาซากิและฮิโรชิมา.
ที่มา Korea Herald / AFP