IMF เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงถดถอย หากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านยืดเยื้อและราคาพลังงานพุ่ง อาจทำให้การเติบโตปี 2569 ต่ำกว่า 2% ใกล้ภาวะวิกฤต

วันที่ 14 เมษายน 2569 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของไอเอ็มเอฟ (World Economic Outlook) ระบุว่า เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย หากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านยังยืดเยื้อ และราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง โดยในกรณีเลวร้ายที่สุด หากราคาน้ำมัน ก๊าซ และอาหารพุ่งสูงต่อเนื่องในปีนี้และปีหน้า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 อาจลดลงต่ำกว่า 2% ซึ่งเข้าใกล้ภาวะถดถอย โดยสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเพียง 4 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2523 ล่าสุดคือช่วงการระบาดของโควิด-19

โดย รายงานของ IMF ระบุว่า ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงกว่า 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังสงครามปะทุและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญได้ถูกปิดกั้น ขณะเดียวกันการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านก็จบลงแบบไร้ข้อสรุป

นายปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูรินชาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF ระบุว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ จะทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูง อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น และบางประเทศเผชิญปัญหาความมั่นคงทางอาหาร เขายังเตือนว่า แม้สงครามจะยุติทันที ผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันอาจรุนแรงใกล้เคียงวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970 แม้โลกปัจจุบันจะพึ่งพาพลังงานฟอสซิลน้อยลงก็ตาม

ภายใต้สมมติฐานที่รุนแรง ราคาน้ำมันอาจเฉลี่ยแตะ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปีนี้ และเพิ่มเป็น 125 ดอลลาร์ในปี 2570 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกอาจพุ่งสูงถึง 6% ในปีหน้า และอาจบีบให้ธนาคารกลางหลายประเทศต้องขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์คลี่คลายในไม่กี่สัปดาห์ และการผลิตพลังงานกลับสู่ภาวะปกติภายในกลางปีนี้ เศรษฐกิจโลกในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตที่ 3.1% แม้จะต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ 3.3%

...

ทั้งนี้ IMF ชี้ว่า ความสามารถในการรับมือของแต่ละประเทศจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน การพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ และทางเลือกในการส่งออกพลังงาน.

ที่มา BBC