รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศแผนระบายน้ำมันสำรองเพิ่มเทียบเท่าการใช้ 20 วัน เริ่มต้นเร็วสุดต้นเดือนพฤษภาคม หวังรักษาเสถียรภาพพลังงาน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้มีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านแล้วก็ตาม

นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงในที่ประชุมรัฐมนตรีเพื่อติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนจะระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์เพิ่มเทียบเท่าการใช้ 20 วัน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้

การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าอิหร่านจะกลับมาเปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลกเมื่อใด แม้ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็ตาม แต่ดูเหมือนสถานการณ์ยังคงเปราะบาง เนื่องจากอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

มาตรการใหม่นี้จะต่อยอดจากการระบายน้ำมันสำรองเดิม เทียบเท่าการใช้จำนวน 50 วัน ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งครอบคลุมทั้งน้ำมันจากคลังสำรองของรัฐ ภาคเอกชน และความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวอาหรับ นายกฯ ทาคาอิจิ ย้ำว่า "รัฐบาลจะดำเนินทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าญี่ปุ่นจะมีอุปทานน้ำมันดิบที่มั่นคง" และระบุว่าปริมาณสำรองปัจจุบันเพียงพอที่จะใช้ไปจนถึงปีหน้า

นอกจากนี้ ผู้นำญี่ปุ่นยังได้สั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนในภาคส่วนเฉพาะทางที่เริ่มได้รับผลกระทบจากวิกฤตขนส่ง ได้แก่การเร่งจัดหาทินเนอร์ผสมสีที่เริ่มขาดตลาดในอุตสาหกรรมก่อสร้างและซ่อมรถยนต์ และการประคองปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการผลิตชาเขียว

...

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางสูงถึง 90% และเกือบทั้งหมดต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกอิหร่านสั่งปิดเพื่อตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะขู่ใช้วิธีทำลายโครงสร้างพื้นฐานหากอิหร่านไม่เปิดเส้นทางเดินเรือ จนนำไปสู่การหยุดยิงชั่วคราว แต่การที่ความขัดแย้งในเลบานอนยังไม่ยุติ ทำให้ญี่ปุ่นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานที่อาจยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้.


ที่มา KYODO NEWS