ผู้อำนวยการ IMF เตือนว่า สงครามกับอิหร่านทำให้พวกเขาต้องปรับลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลง และจะมีผลกระทบหลายอย่างที่จะยังคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

เมื่อ 9 เม.ย. 2569 นางคริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการองค์กรการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ (IMF) ออกโรงเตือนว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้มุมมองของ IMF ต่อเศรษฐกิจโลกพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ และอัตราการเติบโตอาจลดต่ำลงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้

“หากไม่มีเหตุการณ์น่าตกใจในครั้งนี้ เราคงได้ประกาศปรับเพิ่มแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกไปแล้ว แต่ในขณะนี้ แม้แต่ในสถานการณ์ที่เรามองในแง่ดีที่สุด เราก็ยังต้องปรับลดตัวเลขการเติบโตลง” นางจอร์เจียวาระบุในแถลงการณ์ “ทำไมนะหรือ? ก็เพราะความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน, การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน, ความเชื่อมั่นที่สูญเสียไป และผลกระทบเชิงลบอื่นๆ ที่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้”

IMF มีกำหนดเผยแพร่รายงานแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกฉบับอัปเดตในสัปดาห์หน้า โดยในรายงานฉบับก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคม (ก่อนสงครามปะทุ 1 เดือน) IMF คาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจโลกจะโตที่ 3.3% และโต 3.2% ในปี 2570

นางจอร์เจียวากล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามว่า แม้ในกรณีที่ดีที่สุด “ก็จะไม่มีการกลับคืนสู่สถานะเดิมอย่างราบรื่นและเบ็ดเสร็จ” โดยเธอยกตัวอย่างการเดินเรือผ่านช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ ในทะเลแดงที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากการโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีที่เริ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2566 โดยระบุว่า “ปริมาณการสัญจรยังคงติดหล่มอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของระดับในปี 2566 เท่านั้น”

“เราไม่รู้เลยว่าอนาคตของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นอย่างไร... แต่สิ่งที่เรามั่นใจคือ การเติบโตทางเศรษฐกิจจะช้าลง แม้ว่าสันติภาพครั้งใหม่นี้จะดำเนินไปอย่างมั่นคงก็ตาม” ผอ. IMF กล่าวเสริม โดยอ้างถึงข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

...

นอกจากนี้ เธอยังระบุว่า “ผลกระทบเป็นระลอกคลื่น” จากสงครามจะคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่งเช่น ภาวะขาดแคลนน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน, ปัญหาความอดอยาก โดยจะมีประชาชนได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 45 ล้านคน และวิกฤตราคาปุ๋ยพุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ปัญหาเลวร้ายลงเมื่อเวลาผ่านไป


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn