รัฐบาลสเปนประกาศเตรียมกลับมาเปิดสถานทูตในกรุงเตหะรานอีกครั้ง หลังสถานการณ์คลี่คลายจากข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ พร้อมวิจารณ์อิสราเอลละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ หลังเปิดฉากถล่มเลบานอนจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 250 ราย

นายโฮเซ มานูเอล อัลบาเรส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสเปน ประกาศวันนี้ (9 เม.ย.) ว่า สเปนเตรียมกลับมาเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานอีกครั้ง เพื่อสนับสนุนกระบวนการสันติภาพภายหลังการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน

นายอัลบาเรสได้สั่งการให้นายอันโตนิโอ ซานเชซ-เบเนดิโต เอกอัครราชทูตสเปนประจำอิหร่าน เดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ทันที หลังจากที่สถานทูตต้องปิดทำการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึง "สถานการณ์ใหม่" ที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ และได้แจ้งเรื่องนี้ต่อรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านและชาติพันธมิตรในภูมิภาคเรียบร้อยแล้ว

นายอัลบาเรสกล่าวว่าเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เขาได้พูดคุยกับนายอับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการเคลื่อนไหวครั้งนี้ พร้อมเสริมว่าเป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของสเปนในการมีส่วนร่วมในความพยายามเพื่อสันติภาพ

นอกจากนี้ อัลบาเรสยังได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของหลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศของโอมาน กาตาร์ บาห์เรน และคูเวต ตลอดจนเลบานอนด้วย โดยในการสนทนากับนายยูเซฟ ราจจี รัฐมนตรีต่างประเทศเลบานอน เขาแสดงการสนับสนุนของสเปนต่อสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็น "การโจมตีที่โหดร้ายและไม่เลือกเป้าหมาย" ของอิสราเอลต่อเลบานอน โดยเรียกการกระทำดังกล่าวว่า "เป็นความอัปยศต่อจิตสำนึกของมนุษยชาติทั้งหมด"

...

สเปนกลายเป็นหนึ่งในประเทศตะวันตกที่วิจารณ์การปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างรุนแรงที่สุด โดยได้ทำการปิดน่านฟ้าไม่ให้เครื่องบินที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบในตะวันออกกลางบินผ่าน พร้อมทั้งประณามการโจมตีเลบานอนของอิสราเอลว่าเป็นความ "ป่าเถื่อนและไร้ความปราณี" ซึ่งถือเป็นรอยด่างพร้อยต่อมโนธรรมของมนุษยชาติ

แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะประกาศสงบศึกชั่วคราวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพที่ปากีสถานซึ่งนำโดยนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันเสาร์นี้ แต่สถานการณ์กลับตึงเครียดอีกครั้ง เมื่ออิสราเอลเดินหน้าทิ้งระเบิดถล่มเลบานอนอย่างหนัก จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 250 ราย

อิสราเอลอ้างว่าการโจมตีเลบานอน "ไม่อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง" ของโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าหากอิสราเอลไม่หยุดโจมตีเลบานอน ข้อตกลงสันติภาพทั้งหมดก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ และยังคงไม่มีสัญญาณว่าอิหร่านจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกจนพุ่งสูงเกือบ 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศ กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าสามารถสังหารหลานชายของนายนาอิม กัสเซม เลขาธิการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาส่วนตัวด้วย ขณะที่ทางกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ประกาศกลับมาตอบโต้ด้วยการยิงจรวดข้ามพรมแดนเข้าสู่อิสราเอลอีกครั้งเมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ทางด้านความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ นายอัลบาเรสระบุว่ายังไม่ได้รับข้อมูลเรื่องที่สหรัฐฯ อาจพิจารณาปิดฐานทัพในประเทศที่ไม่สนับสนุนนโยบายของตน โดยยืนยันว่าฐานทัพอากาศโรตาและโมรอนในสเปน ยังคงปฏิบัติงานตามปกติในขณะนี้.


ที่มา Anadolu / Reuters