รัฐบาลอิหร่านปลุกระดมเยาวชนและประชาชนทำ "โล่มนุษย์" ล้อมโรงไฟฟ้าหวังกันการโจมตี หลัง "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศกร้าวเตรียมถล่มโครงสร้างพื้นฐาน-สะพานทุกแห่งให้พินาศ หากอิหร่านไม่ยอมเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกในช่องแคบฮอร์มุซตามกำหนด

รัฐบาลอิหร่านประกาศเรียกร้องให้พลเรือน รวมถึงกลุ่มเยาวชน นักกีฬา และศิลปิน ออกมารวมตัวกันสร้าง "โล่มนุษย์"  รอบโรงไฟฟ้าทั่วประเทศในเวลา 14.00 น. ของวันอังคาร (7 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อประณามการขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ

นายอาลีเรซา ราฮิมี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเยาวชนและกีฬาของอิหร่าน แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์รัฐบาลว่า "เราจะยืนหยัดประสานมือกันเพื่อบอกว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะคืออาชญากรรมสงคราม" โดยเรียกกิจกรรมนี้ว่า "โล่มนุษย์เยาวชนอิหร่านเพื่ออนาคตที่สดใส" อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่านี่คือความพยายามของรัฐบาลอิหร่านในการใช้ประชาชนของตนเองเป็น "โล่มนุษย์" เพื่อสกัดกั้นการโจมตีทางอากาศ

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความด้วยถ้อยคำรุนแรง ยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดมาตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม จนส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกอย่างรุนแรง

ทรัมป์ระบุว่า "วันอังคารจะเป็นวันแห่งโรงไฟฟ้าและวันแห่งสะพานในอิหร่าน... ทุกอย่างจะพินาศ" พร้อมสำทับในการแถลงข่าวว่าสหรัฐฯ มีแผนการที่จะทำลายสะพานและโรงไฟฟ้าทุกแห่งในอิหร่านให้ระเบิดและลุกเป็นไฟจนใช้งานไม่ได้อีกต่อไป โดยจะใช้เวลาปฏิบัติการเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามเส้นตายในวันที่ 8 เมษายนนี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายพลังงานจากมหาวิทยาลัยบาร์อิลันในอิสราเอล วิเคราะห์ว่า แม้การถล่มโรงไฟฟ้าจะสร้างความเสียหายมหาศาลต่อภาคประชาชน แต่อาจไม่สามารถหยุดยั้งปฏิบัติการทางทหารของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวมีแหล่งจ่ายไฟสำรองและโรงไฟฟ้าขนาดเล็กแยกต่างหากสำหรับฐานยิงขีปนาวุธ

...

นอกจากนี้ อิหร่านยังพึ่งพาการกลั่นน้ำจืดจากทะเลเพียง 10% ซึ่งต่างจากประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอ่าวอาหรับ ดังนั้นวิกฤตไฟฟ้าดับจึงอาจไม่ส่งผลกระทบต่อการขาดแคลนน้ำในทันทีจนเกิดการจลาจลอย่างที่สหรัฐฯ คาดหวัง

มีรายงานว่าในช่วงเช้ามืดวันอังคาร ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะรานและเมืองคาราจที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ด้านอิหร่านก็ได้ตอบโต้ด้วยการส่งโดรนและขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายรอบภูมิภาคเช่นกัน

ขณะนี้ทั่วโลกกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า เมื่อถึงเส้นตายที่ทรัมป์กำหนดไว้ในช่วงดึกของวันอังคาร ตามเวลาสหรัฐฯ สถานการณ์จะลุกลามกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบหรือไม่ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์จากเหตุการณ์ปิดช่องแคบในครั้งนี้.


ที่มา news.com.au