ราคาน้ำมันโลกทะยานขึ้นต่อเนื่อง หลังวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางส่อแววยืดเยื้อ กระทบเส้นทางขนส่งพลังงานหลักในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศกร้าวพร้อมโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานในอิหร่านในวันที่ 7 เม.ย. นี้ หากยังไม่เปิดเส้นทางเดินเรือ

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายวันจันทร์ (6 เม.ย.) เนื่องจากความกังวลเรื่องอุปทานขาดแคลนจากการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านที่ยังคงทวีความรุนแรง

โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 1.71 ดอลลาร์ หรือ 1.6% อยู่ที่ 110.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต หรือ WTI เพิ่มขึ้น 0.71 ดอลลาร์ หรือ 0.6% อยู่ที่ 112.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันทั้งสองชนิดทำสถิติการพุ่งสูงขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันจะเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป

เส้นทางเดินเรือทางยุทธศาสตร์อย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการขนส่งน้ำมันจากอิรัก ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยังคงถูกปิดกั้นจากการโจมตีของอิหร่านนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ผู้กลั่นน้ำมันทั่วโลกต้องเร่งหาแหล่งน้ำมันดิบสำรองจากสหรัฐฯ และทะเลเหนือเพื่อทดแทนอุปทานที่หายไป

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยกระดับความตึงเครียดผ่านโพสต์โซเชียลมีเดีย โดยขู่ว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานสำคัญในอิหร่านภายในวันที่ 7 เม.ย. นี้ หากอิหร่านยังไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือสินค้าสัญจรได้ตามปกติ 

"วันอังคารจะเป็นวันโรงไฟฟ้าและวันสร้างสะพานในอิหร่าน พร้อมกันหมด จะไม่มีอะไรแบบนี้อีกแล้ว!!! เปิดช่องแคบซะ ไอ้พวกบ้า ไม่งั้นพวกแกจะต้องตกนรก คอยดู!"  แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในโพสต์บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เขาเขียนว่า "วันอังคาร เวลา 20.00 น. ตามเวลาตะวันออก!"

...

ทรัมป์บอกกับฟ็อกซ์นิวส์ว่ามี "โอกาสที่ดี" ที่จะบรรลุข้อตกลงในวันจันทร์ แต่กล่าวว่าเขากำลังพิจารณา "ระเบิดทุกอย่างและยึดครองน้ำมัน" หากไม่บรรลุข้อตกลงในเร็ววัน

พลเอกอาลี อับดุลลาฮี อาลีอาบาดี นายทหารอาวุโสของอิหร่าน ปฏิเสธกำหนดเส้นตายก่อนหน้านี้ของทรัมป์ โดยเรียกมันว่า "ไร้ประโยชน์ และโง่เขลา" พร้อมเสริมว่า "ประตูแห่งนรกจะเปิดออก" สำหรับผู้นำสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการเดินเรือพบว่าอิหร่านยังคงอนุญาตให้เรือจากประเทศที่ตนถือว่าเป็นมิตร เช่น โอมาน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ผ่านทางได้ในบางกรณี

ความหวังที่จะเห็นความสงบในระยะเวลาอันใกล้ส่อแววริบหรี่ หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านปฏิเสธที่จะส่งตัวแทนเข้าร่วมเจรจากับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยระบุว่าความพยายามในการเจรจาหยุดยิงได้มาถึงทางตันแล้ว

ด้านกลุ่ม OPEC+ ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 206,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนพฤษภาคม แต่นักวิเคราะห์มองว่ามติดังกล่าวอาจไม่มีผลในทางปฏิบัติ เนื่องจากประเทศสมาชิกหลักหลายรายไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้จริงท่ามกลางสภาวะสงคราม

นอกจากนี้ ตลาดพลังงานยังได้รับแรงกดดันเสริมจากการหยุดชะงักของน้ำมันในรัสเซีย หลังยูเครนส่งโดรนโจมตีคลังส่งออกในทะเลบอลติก แม้จะมีรายงานล่าสุดว่าสถานีส่งออกอุสต์-ลูกา จะเริ่มกลับมาดำเนินการโหลดน้ำมันได้อีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ตาม.


ที่มา Reuters / BBC