ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามในอิหร่านและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง นักลงทุนต่างจับตามองสถานการณ์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนทั่วโลก

ตลาดหุ้นในเอเชียที่เปิดทำการส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์สงครามในอิหร่าน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และคำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ

โดยดัชนี นิกเคอิ 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเกือบ 1.1% ปิดที่ 53,692.42 จุดในช่วงเช้า ขณะที่ คอสปี ของเกาหลีใต้ขึ้น 1.5% ปิดที่ 5,460.24 จุด ขณะที่การซื้อขายในออสเตรเลียปิดทำการเนื่องในวันอีสเตอร์ ส่วนการซื้อขายในฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ปิดเนื่องในวันหยุดเทศกาลจีน

ทั้งนี้ ทั่วโลกต่างจับตา เส้นตายของทรัมป์ในวันอังคารนี้ซึ่งใกล้เข้ามา ที่ให้ อิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีความกังวลว่าอาจเกิดการยกระดับความรุนแรงของสงครามหลังจากนั้น ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขู่อิหร่านเพิ่มเติม ท่ามกลางการทิ้งระเบิดในภูมิภาค ขณะที่ สหรัฐอเมริกา ช่วยเหลือทหารนักบิน 2 นายที่เครื่องบินขับไล่ของพวกเขาถูกยิงตกโดยอิหร่าน

จุดที่นักลงทุนให้ความสนใจยังคงเป็น ราคาน้ำมัน ที่มีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบ สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 38 เซนต์ มาอยู่ที่ 111.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ เบรนท์ เพิ่มขึ้น 1.71 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 110.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดพลังงานปิดทำการในวันศุกร์ แต่ราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงจากความกังวลว่า สงครามอิหร่าน อาจยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้

แม้ว่าสหรัฐฯ จะนำเข้าน้ำมันจากช่องแคบเปอร์เซียในปริมาณที่ไม่มากนัก แต่ราคาน้ำมันเป็นสินค้าในตลาดโลก และส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก ประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากร เช่น ญี่ปุ่น ซึ่งนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก ยังคงพึ่งพาการเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซอย่างมาก

...

เจย์ วูดส์ นักวิเคราะห์จาก Freedom Capital Markets ใน นิวยอร์ก กล่าวถึงสถานการณ์ในตอนนี้ว่า "เมื่อเริ่มต้นสัปดาห์การซื้อขายเต็มรูปแบบของเดือนเมษายน คำว่าความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่เด่นชัด ในปีที่แล้วเรากังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากภาษีวันปลดปล่อย แต่ปีนี้คือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสงครามอิหร่านที่ยังคงดำเนินต่อไป

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันศุกร์ที่ผ่านมา และจะเปิดทำการในวันจันทร์ ส่วนตลาดบางแห่งในยุโรปก็ไม่ได้ทำการซื้อขายในวันศุกร์เช่นกัน

ในตลาดสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 159.65 เยน จาก 159.63 เยน ในขณะที่ค่าเงินยูโรลดลงเหลือ 1.1509 ดอลลาร์ จาก 1.1517 ดอลลาร์.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ