ศรีลังกาจับกุมชาวต่างชาติกว่า 152 คน ส่วนใหญ่เป็นชายจีน ฐานเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งบริหารโดยชาวจีน นอกจากนั้นยังยึดของกลางได้อีกจำนวนหนึ่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 5 เม.ย. 2569 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในศรีลังกาบุกจับกุมชาวต่างชาติจำนวน 152 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 เม.ย.) ในข้อหาดำเนินกิจการฉ้อโกงทางไซเบอร์ ในลักษณะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้โรงแรมแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเป็นฐานปฏิบัติการ

นายเฟรเดอริก วูตเลอร์ โฆษกตำรวจให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ว่า การบุกตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นที่เมืองชายฝั่ง “ชิลอว์” (Chilaw) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโคลัมโบไปทางเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร หลังจากได้รับแจ้งเบาะแส

“ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาของเรา ในขณะที่คนอื่นๆ อาจถูกเนรเทศออกนอกประเทศ” วูตเลอร์กล่าว โดยในบรรดาผู้ที่ถูกจับกุมทั้งหมด เป็นชาวจีน 133 ราย (รวมผู้หญิง 7 ราย) และชาวเวียดนามอีก 13 ราย

แหล่งข่าวจากตำรวจท้องถิ่นระบุว่า มีชายชาวจีน 2 รายพยายามหลบหนีระหว่างการบุกตรวจค้นจนได้รับบาดเจ็บ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆ ถูกนำตัวขึ้นศาลท้องถิ่น และถูกสั่งคุมขังจนถึงวันที่ 9 เมษายน เพื่อรอการสืบสวนเพิ่มเติม

แหล่งข่าวให้ข้อมูลอีกว่า พบโน้ตบุ๊ก 143 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 120 เครื่อง และโทรศัพท์มือถืออีก 370 เครื่องในศูนย์ปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งบริหารโดยชายชาวจีนที่เหมาเช่าโรงแรมแห่งนี้ทั้งตึก

เมื่อเดือนก่อน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของศรีลังกาเพิ่งจับกุมชาวจีนทั้งชายและหญิงรวม 135 ราย ในข้อหาดำเนินกิจการฉ้อโกงทางไซเบอร์ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดได้ถูกเนรเทศออกนอกประเทศไปแล้ว

...

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโคลัมโบแถลงหลังการจับกุมในครั้งนั้นว่า ทางสถานทูตกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อป้องกันไม่ให้พลเมืองของตนเข้ามาดำเนินกิจการฉ้อโกงในศรีลังกา

“เนื่องจากศรีลังกามีโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่พัฒนาแล้ว มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย และมีนโยบายวีซ่าที่ค่อนข้างผ่อนปรน... ทำให้แก๊งฉ้อโกงทางโทรคมนาคมบางส่วนได้ย้ายฐานปฏิบัติการมายังศรีลังกา” สถานทูตระบุ

“นั่นคือสาเหตุที่คดีลักษณะนี้เพิ่มสูงขึ้นในศรีลังกาเมื่อไม่นานมานี้” สถานทูตเสริม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศจีนเป็นหลัก


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna