40 ประเทศร่วมประชุมผ่านทางออนไลน์ เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยทั้งหมดแสดงความมุ่งมั่นที่จะใช้ทุกมาตรการเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านต่อไป

เมื่อ 2 เม.ย. 2569 กว่า 40 ประเทศได้เข้าร่วมการประชุมทางไกลเพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีสหราชอาณาจักรเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเจ้าหน้าที่จากทุกทวีปทั่วโลกได้หารือถึงแนวทางปฏิบัติที่เป็นไปได้เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน

“เรามีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะใช้ทุกมาตรการที่เป็นไปได้ ทั้งทางการทูต เศรษฐกิจ และการประสานงานร่วมกัน เพื่อทำให้ช่องแคบกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้ง” นางอีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุม

“การโจมตีอย่างขาดสติของอิหร่านเป็นการทำลายการขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างประเทศ และพยายามยึดระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองในสหราชอาณาจักร รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินทั่วโลก ปุ๋ยสำหรับแอฟริกา และก๊าซหุงต้มสำหรับเอเชียด้วย” เธอกล่าว

ในแถลงการณ์ของสหราชอาณาจักรระบุว่า นานาประเทศได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มแรงกดดันทางการทูตระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงผ่านทางสหประชาชาติ (UN) การเตรียมข้อตกลงร่วมกันเพื่อพยุงความเชื่อมั่นของตลาด และการสำรวจมาตรการประสานงานที่เป็นไปได้ เช่น การคว่ำบาตรอิหร่าน

รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษยังกล่าวเสริมว่า มาตรการในอนาคตอาจรวมถึงการทำงานร่วมกับ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเรือที่ติดค้างอยู่จะสามารถเคลื่อนตัวออกไปได้

“เราชัดเจนว่าเราต้องการทั้งแรงกดดันทางการทูต แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และงานส่วนที่วางแผนโดยฝ่ายทหารซึ่งแยกต่างหาก เกี่ยวกับวิธีการรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือในระยะยาวเมื่อความขัดแย้งนี้สิ้นสุดลง” คูเปอร์กล่าวเสริม

...

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ IMO ระบุว่า ขณะนี้มีเรือเกือบ 2,000 ลำ ยังคงติดค้างอยู่ภายในอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนั้น องค์กรยังเผยด้วยว่ามีนักเดินเรือรวมถึงคนงานท่าเรือและลูกเรือประมาณ 20,000 คน ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่โดยรอบอีกด้วย


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn