สิงคโปร์ยืนยัน พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงที่เกิดจากการแพร่เชื้อภายในประเทศเป็นครั้งแรก แต่ทางการยืนยันว่า ความเสี่ยงที่ไวรัสมีต่อสังคมยังคงอยู่ในระดับต่ำ
เมื่อ 2 เม.ย. 2569 สำนักงานโรคติดต่อ (CDA) ของสิงคโปร์ยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง หรือ mpox ที่เป็นการแพร่ระบาดภายในประเทศเป็นครั้งแรก โดยเป็นชายอายุ 30 ปี และ 34 ปี ติดเชื้อสายพันธุ์ “เคลด 1บี” (clade 1b) ซึ่งมีความรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น
ชายวัย 30 ปี ไม่มีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา เริ่มแสดงอาการเมื่อวันที่ 25 มี.ค. และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 30 มี.ค. โดยได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ clade 1b ในวันถัดมา ปัจจุบันได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว แต่ต้องแยกกักตัวที่บ้านจนถึงวันที่ 20 เม.ย. เพื่อรอการประเมินทางคลินิกเพิ่มเติม
ส่วนชายวัย 34 ปี มีประวัติเดินทางเมื่อไม่นานมานี้ และมีการสัมผัสทางกายอย่างใกล้ชิดเป็นเวลานานกับผู้ติดเชื้อรายแรก เริ่มแสดงอาการเมื่อวันที่ 26 มี.ค. และเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ผลตรวจยืนยันการติดเชื้อเมื่อวันที่ 1 เม.ย. และถูกสั่งกักตัวที่บ้านจนถึงวันที่ 21 เม.ย.
คาดกันว่าทั้งคู่ติดเชื้อผ่านการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ และขณะนี้มีอาการคงที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม CDA ยืนยันว่าความเสี่ยงจากไวรัสตัวนี้ต่อสังคมยังอยู่ในระดับต่ำ โดยระบุในแถลงการณ์ว่า “เนื่องจากโรคฝีดาษลิงแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดหรือการสัมผัสทางกายเป็นเวลานานเป็นหลัก รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ ความเสี่ยงต่อสาธารณชนในวงกว้างจึงยังคงอยู่ในระดับต่ำในขณะนี้”
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดสำหรับผู้ป่วยทั้ง 2 ราย” CDA กล่าว “ผู้สัมผัสใกล้ชิดได้รับคำแนะนำให้เฝ้าระวังสุขภาพของตนเองและไปพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ ส่วนผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันฝีดาษวานรเพื่อเป็นการรักษา-ป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ”
...
ทั้งนี้ เชื้อสายพันธุ์ clade 1b ซึ่งมักจะมีความรุนแรงกว่าการติดเชื้อสายพันธุ์ clade 2 ปรากฏขึ้นครั้งแรกในเดือนกันยายน 2566 โดยเริ่มตรวจพบในกลุ่มผู้ให้บริการทางเพศในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และเป็นสายพันธุ์หลักที่อยู่เบื้องหลังการแพร่ระบาดที่พุ่งสูงขึ้นในกลุ่มประเทศแอฟริกาเมื่อปี 2567
จากข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ CDA ระบุว่า ณ วันที่ 21 มี.ค. มีรายงานผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงในสิงคโปร์แล้ว 7 รายในปีนี้ ขณะที่ตลอดทั้งปี 2568 ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ติดเชื้อรวมทั้งหมด 23 ราย
อนึ่ง อาการทั่วไปของโรคติดเชื้อฝีดาษลิง ได้แก่ มีผื่นขึ้น, มีไข้, ปวดศีรษะ, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, ปวดหลัง และต่อมน้ำเหลืองโต โดยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีร่างกายอ่อนแอ
“เนื่องจากโรคฝีดาษลิงแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดหรือการสัมผัสทางกายเป็นเวลานานเป็นหลัก รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นจึงยังไม่มีคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนแก่ประชาชนทั่วไปในวงกว้าง” CDA ระบุ
CDA เสริมว่า สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสัมผัสเชื้อ สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่คลินิกควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ วัคซีนจะพร้อมให้บริการที่ศูนย์โรคติดเชื้อแห่งชาติ (NCID) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปด้วย
“ประชาชนควรเฝ้าระวังและป้องกันตนเองจากโรคฝีดาษลิง โดยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าหรือการมีคู่นอนหลายคน” CDA ระบุ “นอกจากนี้ ผู้ที่เดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคฝีดาษลิง ควรหมั่นล้างมือให้สะอาด ลดการสัมผัสทางกายกับผู้ป่วย และหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ป่า”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna