พายุรุนแรงซัดถล่มกรีซ ส่งผลให้น้ำท่วมหนักและลมกรรโชกแรง พบผู้เสียชีวิตรายแรกถูกรถทับในพื้นที่ชนบท ขณะที่เกาะครีตเผชิญปรากฏการณ์ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงส้มราวกับดาวอังคาร หลังลมพายุหอบฝุ่นทรายจากทะเลทรายซาฮาราฟุ้งกระจายเต็มชั้นบรรยากาศ

ประเทศกรีซเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนขั้นรุนแรงจากอิทธิพลของพายุ "เอร์มินิโอ" (Erminio) ที่พัดกระหน่ำตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา (1 เม.ย.) ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ลมพัดแรงจัด และปรากฏการณ์ฝุ่นทรายจากแอฟริกาเหนือเข้าปกคลุมพื้นที่ทางตอนใต้

สำนักงานดับเพลิงกรีซรายงานการพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ในเขตนีอา มาครี ใกล้กรุงเอเธนส์ เมื่อช่วงเช้าตรู่วันพฤหัสบดี โดยร่างของเขาถูกพบอยู่ใต้รถยนต์ท่ามกลางสภาวะน้ำท่วมและลมแรง

สถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวเข้าขั้นวิกฤต มวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนสายหลักรวมถึงชั้นใต้ดินของสถานีตำรวจท้องที่ นอกจากนี้ยังมีรายงานความเสียหายรุนแรงที่ เกาะโปโรส หลังสะพานแห่งหนึ่งพังถล่มลงมา และมีรายงานรถยนต์หลายคันถูกกระแสน้ำพัดหายไป ส่งผลให้ทางการต้องสั่งปิดโรงเรียนในหลายพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

ในขณะเดียวกัน ที่เกาะครีต (Crete) ประชาชนต้องตกตะลึงกับภาพท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและส้มเข้ม ปรากฏการณ์นี้เกิดจากกระแสลมแรงที่พัดพาฝุ่นละอองมหาศาลจากทะเลทรายซาฮาราข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าปกคลุมเกาะ ภาพจากเมืองเรธิมโนและหมู่บ้านจอร์จิโอโปลีเผยให้เห็นฝุ่นทรายหนาทึบที่บดบังแสงอาทิตย์จนมืดสลัว ส่งผลให้เที่ยวบินบางส่วนต้องหยุดชะงัก

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติได้ประกาศ เตือนภัยระดับสีแดง ในพื้นที่เกาะครีต โดยเฉพาะทางตะวันตกและทางใต้ ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันจนถึงดึกของวันพฤหัสบดี พร้อมคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง พายุฝนฟ้าคะนอง และอาจมีลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

...

ตั้งแต่วันพุธจนถึงเช้าวันพฤหัสบดี หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือแล้วกว่า 674 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการแจ้งเหตุต้นไม้ล้มในแถบภูมิภาคอัตติกา ขณะที่การสัญจรทางน้ำยังคงเป็นอัมพาต เนื่องจากลมแรงทำให้เรือเฟอร์รี่ต้องจอดเทียบท่าไม่สามารถออกเรือได้ จนกว่าสภาพอากาศจะคลี่คลาย.


BBC / AP