นายกฯ อันวาร์ อิบราฮิม ประกาศมาตรการด่วน ให้เจ้าหน้าที่รัฐและรัฐวิสาหกิจทำงานจากบ้านตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง หลังสงครามในตะวันออกกลางทำราคาน้ำมันพุ่งสูงและกระทบการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมสั่งหั่นโควตาน้ำมันอุดหนุนเหลือ 200 ลิตรต่อเดือน

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย แถลงการณ์พิเศษเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ประกาศนโยบายให้พนักงานในสังกัดกระทรวง, หน่วยงานของรัฐ, องค์กรมหาชน และรัฐวิสาหกิจ เริ่มปฏิบัติงานจากที่พักอาศัย หรือ Work From Home ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนเป็นต้นไป เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานทั่วโลก

นายกฯ อันวาร์ ระบุว่ามาตรการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงภายในประเทศ และสร้างความมั่นใจว่าพลังงานสำรองของชาติจะเพียงพอต่อการใช้งานอย่างยั่งยืน โดยก่อนหน้านี้เขาได้ให้คำแนะนำแก่ภาคเอกชนให้พิจารณามาตรการทำงานระยะไกลเช่นกัน เนื่องจากรัฐบาลต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายถึง 4 พันล้านริงกิต (ประมาณ 3.25 หมื่นล้านบาท) ต่อเดือนเพื่อพยุงราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นภาระที่หนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับได้ในระยะยาว

จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ตั้งแต่เหตุการณ์สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมาเลเซียจึงตัดสินใจปรับลดโควตาการอุดหนุนราคาน้ำมัน ทำให้ประชาชนจ่ายค่าน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วในราคาเพียง 1.99 ริงกิต (ประมาณ 16.18 บาท) ต่อลิตร พร้อมเตรียมปรับลดโควตาน้ำมันอุดหนุนจาก 300 ลิตร เหลือ 200 ลิตรต่อเดือน ขณะที่ราคาน้ำมันนอกระบบอุดหนุนจะอิงตามราคาตลาดโลก 

...

ด้านนายโมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศ เปิดเผยว่าเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทชั้นนำอย่าง Petronas และ Sapura Energy กำลังรอสัญญาณความปลอดภัยเพื่อเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่นายแอนโธนี ล็อก รัฐมนตรีคมนาคม แสดงความมั่นใจว่าอิหร่านจะอนุญาตให้เรือของมาเลเซียผ่านทางได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมพิเศษ เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีต่อกัน

นายกฯ อันวาร์ ยังได้กล่าวขอบคุณประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน ที่อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันและลูกเรือชาวมาเลเซียเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย พร้อมทิ้งท้ายว่าจากการหารือกับผู้นำหลายประเทศรวมถึงประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย ทุกฝ่ายประเมินว่าสถานการณ์วิกฤตนี้อาจรุนแรงขึ้นอีกก่อนจะเริ่มฟื้นตัว และอาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้.


ที่มา AFP / Anadolu