ทางการรัฐยูทาห์ปิดคดีที่ยืดเยื้อมากว่า 51 ปี ได้อย่างเป็นทางการ หลังตรวจพิสูจน์ DNA ด้วยเทคโนโลยีใหม่จนสามารถระบุได้ว่าสาวที่ถูกฆาตกรรมคือเหยื่อของฆาตกรต่อเนื่องชื่อดัง "เท็ด บันดี" 

ลอร่า แอนน์ เอม วัย 17 ปี หายตัวไปหลังกลับจากงานปาร์ตี้ในคืนวันฮาโลวีนเมื่อปี 1974 ก่อนจะมีกลุ่มนักปีนเขาไปพบร่างของเธอในอีกหนึ่งเดือนต่อมาที่บริเวณหุบเขาอเมริกันฟอร์กแคนยอน 

โดยวานนี้ (1 เม.ย.) สำนักงานนายอำเภอยูทาห์เคาน์ตี้ได้แถลงว่า ผลการทดสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ครั้งใหม่สามารถยืนยันอย่างปราศจากข้อกังขาว่าหลักฐาน DNA ที่เก็บกู้ได้จากร่างของลอร่ามี DNA ของเท็ด บันดี อยู่จริง

ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 1974 ถึงกุมภาพันธ์ 1978 เท็ด บันดี ได้สังหารผู้หญิงไปอย่างน้อย 30 ราย รวมทั้งยังมีส่วนพัวพันกับคดีฆาตกรรมอื่น ๆ อีกหลายคดีทั่วประเทศ แม้ก่อนที่เขาจะถูกประหารชีวิตที่รัฐฟลอริดาในปี 1989 เท็ด บันดีจะเคยสารภาพว่าเขาเป็นคนสังหารลอร่าเอง แต่เนื่องจากเขาไม่ยอมให้รายละเอียดหรือข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ทางหน่วยงานจึงยังไม่ตัดสินใจปิดคดีในตอนนั้น และเปิดคดีไว้จนกว่าจะสามารถพิสูจน์ได้อย่างไร้ข้อกังขาว่า เท็ด บันดี คือฆาตรตัวจริง

ไมค์ สมิธ นายอำเภอแห่งยูทาห์เคาน์ตี้ประกาศระหว่างการแถลงข่าวว่า "ขณะนี้คดีนี้ได้ปิดลงอย่างเป็นทางการแล้ว" พร้อมระบุเพิ่มเติมว่าหาก เท็ด บันดี ยังมีชีวิตอยู่ อัยการจะยื่นเรื่องเพื่อขอให้มีการตัดสินลงโทษประหารชีวิตเขาอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ เท็ด บันดี ถือเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา เขาเริ่มตระเวนก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องในแถบ Pacific Northwest หรือ ภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาที่ตั้งอยู่ติดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ก่อนจะย้ายไปก่อเหตุในโคโลราโด ยูทาห์ และฟลอริดา โดยในช่วงที่ลอร่าถูกฆาตกรรมนั้น เท็ด บันดีอาศัยอยู่ในเเมืองซอลต์เลกซิตีและกำลังศึกษาวิชากฎหมายอยู่ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์

...

พฤติกรรมที่เท็ด บันดี ใช้ในการก่อเหตุคือเขามักจะเข้าหาผู้หญิงในที่สาธารณะและใช้ใบหน้าที่ดูดีสร้างความไว้ใจ และแสร้งทำเป็นว่าได้รับบาดเจ็บ เพื่อล่อลวงเหยื่อไปยังที่ลับตาคนก่อนจะลงมือสังหาร

เขาถูกจับกุมครั้งแรกในปี 1975 ในคดีลักพาตัวและถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ทว่าในปี 1977 เขาหลบหนีออกจากคุกด้วยการกระโดดลงมาจากหน้าต่างห้องสมุดของเรือนจำ แม้จะถูกจับกลับมาได้ใน 8 วันถัดมา แต่เขาก็หลบหนีออกมาได้อีกครั้งและก่อเหตุฆาตกรรมอีกหลายครั้งก่อนจะถูกจับกุมได้อีกครั้งในปี 1978.

ที่มา: BBC

อ่านข่าวต่างประเทศ ที่นี่