โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า เขากำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะพาสหรัฐฯ ถอนตัวจากการเป็นสมาชิก NATO หลังผิดหวังที่ไม่ช่วยรบกับอิหร่าน แต่เขามีอำนาจทำตามที่พูดหรือไม่?
สำนักข่าว CNN รายงานว่า นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของสงครามกับอิหร่านเมื่อกว่าหนึ่งเดือนก่อน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้วิพากษ์วิจารณ์ชาติสมาชิกขององค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) หลายต่อหลายครั้ง และในการให้สัมภาษณ์ 2 ครั้งล่าสุด เขากล่าวว่า จะพิจารณาถอนอเมริกาออกจากองค์กรดังกล่าว
แม้ทรัมป์จะกล่าวอ้างว่าเขาสามารถถอนประเทศออกจากพันธมิตรได้ แต่กฎหมายที่ผ่านโดยสภาคองเกรสในปี 2566 ระบุว่า “ประธานาธิบดีจะต้องไม่ระงับ ยุติ บอกเลิก หรือถอนสหรัฐอเมริกาออกจากสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ” เว้นแต่จะดำเนินการ “โดยได้รับคำแนะนำและความยินยอมจากวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม หรือเป็นไปตามกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบของสภาคองเกรส”
ในการให้สัมภาษณ์กับรายการ “This Week” ของสถานีโทรทัศน์ ABC เมื่อเดือนมีนาคม สว. ทอม ทิลลิส สมาชิกระดับสูงจากพรรครีพับลิกันในคณะผู้สังเกตการณ์ NATO ของวุฒิสภา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ “ไม่เป็นความจริงตามข้อเท็จจริง” ที่ทรัมป์จะสามารถถอนสหรัฐฯ จาก NATO ได้โดยปราศจากสภาคองเกรส
“ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาไม่สามารถถอนตัวจาก NATO ได้ แต่เมื่อพูดแบบนั้นแล้ว ประธานาธิบดีก็สามารถ 'วางยา' (ทำลายความสัมพันธ์) หรือทำให้องค์กรหยุดชะงักในทางปฏิบัติได้หากเขาต้องการ” นายทิลลิสกล่าว โดยเขากล่าวปกป้องพันธมิตร NATO หลังทรัมป์ตราหน้าพวกเขาว่าเป็น “พวกขี้ขลาด” ที่ไม่ยอมช่วยเหลือสหรัฐฯ ด้วย
อย่างไรก็ตาม ความเห็นทางกฎหมายในปี 2563 จากสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย (OLC) ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือสนธิสัญญาต่างๆ
...
ขณะที่ข้อมูลจากรายงานของหน่วยบริการวิจัยแห่งสภาคองเกรส (CRS) ระบุว่า การถอนสหรัฐฯ ออกจาก NATO เพียงฝ่ายเดียวในท้ายที่สุดอาจต้องขึ้นอยู่กับการตีความและวิเคราะห์ของศาล
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn