สหราชอาณาจักรประกาศส่งทหารไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม พร้อมด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อช่วยสนับสนุนชาติพันธมิตรในการรับมือกับการโจมตีจากอิหร่าน
เมื่อ 31 มี.ค. 2569 นายจอห์น ฮีลลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร กล่าวระหว่างการเดินทางเยือนกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับว่า จะมีการส่งทีมและระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมไปยังซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และคูเวต ขณะเดียวกันจะมีการขยายระยะเวลาการประจำการของฝูงบินขับไล่ “ไต้ฝุ่น” ในกาตาร์ด้วย
นายฮีลลีย์กล่าวว่า ปัจจุบันมีบุคลากรทางทหารของอังกฤษประมาณ 1,000 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันพื้นที่แถบอ่าวอาหรับและไซปรัส “ข้อความของผมถึงพันธมิตรในอ่าวอาหรับคือ กองทัพที่ดีที่สุดของอังกฤษจะช่วยพวกคุณปกป้องน่านฟ้าเอง”
อนึ่ง จุดยืนของสหราชอาณาจักรต่อสงครามในตะวันออกกลางคือการมีส่วนร่วมใน “ปฏิบัติการเชิงรับ” อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้วิพากษ์วิจารณ์ท่าทีดังกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ด้าน เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า สหราชอาณาจักร “จะไม่ยอมถูกลากเข้าไปในสงครามครั้งนี้” แต่จะยังคงเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและพันธมิตรในภูมิภาคต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ระบุว่า จะมีการส่งเครื่องบินเจ็ทเพิ่มเติมอีก 4 ลำไปยังกาตาร์ เพิ่มเติมจากฝูงบินขับไล่ “ไต้ฝุ่น” ที่ประจำการร่วมกับกองทัพของกาตาร์ไปแล้วเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ในอีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้แจ้งต่อรัฐมนตรีกลาโหมของซาอุดีอาระเบียว่า สหราชอาณาจักรจะส่งมอบระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ “สกาย เซเบอร์” (Sky Sabre) ไปยังซาอุดีอาระเบียภายในสัปดาห์นี้ พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่สำหรับปฏิบัติการระบบดังกล่าว
...
กระทรวงกลาโหมระบุว่า ระบบนี้ประกอบด้วยเรดาร์ หน่วยควบคุม และฐานยิงขีปนาวุธ ซึ่งสามารถสกัดกั้นยุทโธปกรณ์และอากาศยานได้ โดยจะถูกนำไปบูรณาการเข้ากับโครงข่ายการป้องกันภัยทางอากาศในวงกว้างของภูมิภาค
ในขณะเดียวกัน ระบบฐานยิงขีปนาวุธอเนกประสงค์น้ำหนักเบา (LMM) ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้ของอังกฤษ ถูกส่งไปประจำการที่บาห์เรนแล้ว พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากอังกฤษที่จะเข้าไปช่วยบูรณาการระบบดังกล่าวเข้ากับระบบป้องกันของบาห์เรน
นอกจากนี้ ระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นดิน “แรพิด เซนทรี” (Rapid Sentry) ก็ถูกส่งถึงประเทศคูเวตเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ฮีลลีย์กล่าวว่า “การโจมตีอย่างก้าวร้าวของอิหร่านยังคงเป็นภัยคุกคามต่อพันธมิตรและผลประโยชน์ของเราในตะวันออกกลาง”
“นั่นคือเหตุผลที่สหราชอาณาจักรได้ดำเนินภารกิจเชิงรับมาตั้งแต่วันแรกของความขัดแย้งนี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และพันธมิตรของอังกฤษ และในวันนี้ เรากำลังส่งความช่วยเหลือเพิ่มเติมด้วยการขยายเวลาประจำการเครื่องบินเจ็ทในกาตาร์ รวมถึงการวางกำลังทีมและระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และคูเวต”
นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวสดุดีต่อ “ความพยายามที่กล้าหาญ” ของบรรดาพันธมิตรทั่วอ่าวอาหรับ และย้ำว่า “เราจะยืนหยัดเคียงข้างพันธมิตรระยะยาวของเราในตะวันออกกลาง และจะผลักดันต่อไปเพื่อให้ความขัดแย้งนี้ยุติลงโดยเร็ว”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc
