โฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่า สหรัฐฯ จะปฏิบัติตามกฎหมาย หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะทำลายแหล่งพลังงานของอิหร่าน หากเตหะรานไม่ยอมทำข้อตกลง และยืนยันด้วยว่า การเจรจากำลังเป็นไปด้วยดี
เมื่อ 30 มี.ค. 2569 น.ส.แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ จัดงานแถลงข่าวประจำวัน โดยเธอพูดถึงความคืบหน้าหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งช่วงหนึ่ง เธอยืนยันว่า การเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้าด้วยดี แม้รัฐบาลเตหะรานจะแสดงท่าทีในเชิงลบก็ตาม
ทำเนียบขาวพยายามนำเสนอภาพลักษณ์เชิงบวกเรื่องการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยระบุว่า ความเห็นเชิงลบที่รัฐบาลเตหะรานแสดงออกต่อสาธารณะนั้น ไม่ได้สะท้อนถึงข้อความส่วนตัวที่มีการส่งถึงกันระหว่างทั้งสองฝ่าย
“ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เราเห็นกลุ่มอำนาจที่ยังหลงเหลืออยู่ของระบอบนี้ เริ่มมีความกระตือรือร้นมากขึ้นที่จะยุติการทำลายล้าง และยอมก้าวเข้าสู่โต๊ะเจรจาในขณะที่พวกเขายังสามารถทำได้” น.ส.ลีวิตต์กล่าว
“แม้จะมีการแสดงท่าทีต่อสาธารณะอย่างที่เราได้ยินจากระบอบนี้ รวมถึงการรายงานข่าวที่ไม่เป็นความจริง แต่การเจรจายังคงดำเนินต่อไปและเป็นไปด้วยดี” เธอกล่าวเสริม “แน่นอนว่าสิ่งที่ถูกพูดออกสื่อนั้น แตกต่างจากสิ่งที่ถูกสื่อสารมายังเราเป็นการส่วนตัวอย่างมาก”
ก่อนหน้านี้ นายอิสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่ารายการข้อเสนอ 15 ประการของสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้งนั้น ประกอบไปด้วย “ข้อเรียกร้องที่เกินกว่าเหตุ ไม่เป็นจริง และไม่สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง” ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ว่าอิหร่านได้เห็นชอบกับข้อเรียกร้อง “ส่วนใหญ่” ในรายการดังกล่าวแล้ว
ลีวิตต์ระบุอีกว่า หากอิหร่านปฏิเสธข้อตกลงกับสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็มีทางเลือกเตรียมไว้แล้ว เพื่อ “ทำให้มั่นใจว่าระบอบนี้จะต้องชดใช้อย่างสาสมไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม”
...
เมื่อถูกนักข่าวถามจี้เรื่องที่โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะทำลายล้างแหล่งพลังงานและอาจรวมถึงโรงแยกเกลือออกจากน้ำทะเลของอิหร่าน หากรัฐบาลเตหะรานไม่ยอมทำข้อตกลงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ น.ส.ลีวิตต์กล่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ จะปฏิบัติการภายใต้ขอบเขตของกฎหมายเสมอ
การมุ่งเป้าโจมตีสถานที่ของพลเรือน เช่น โรงแยกเกลือออกจากน้ำทะเล อาจเข้าข่ายการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม น.ส.ลีวิตต์กล่าวว่า ทรัมป์เพียงต้องการกดดันให้อิหร่านยอมทำข้อตกลง
“ในตอนนี้ ประธานาธิบดีได้แสดงท่าทีที่ค่อนข้างชัดเจนถึงรัฐบาลอิหร่าน... ว่าทางเลือกที่ดีที่สุดของพวกเขาคือการทำข้อตกลง มิฉะนั้น พวกเขาจะได้รู้ว่ากองทัพสหรัฐฯ มีศักยภาพที่เกินกว่าพวกเขาจะจินตนาการได้ และประธานาธิบดีก็ไม่เกรงกลัวที่จะใช้งานมัน”
“แน่นอนว่าฝ่ายบริหารชุดนี้และกองทัพสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามขอบเขตของกฎหมายเสมอ แต่เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมดของปฏิบัติการ Epic Fury ประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ลดละ และเขาคาดหวัง—ย้ำว่าคาดหวัง—ให้ระบอบอิหร่านยอมบรรลุข้อตกลงกับฝ่ายบริหารชุดนี้”
เมื่อถูกจี้ถามถึงความย้อนแย้งระหว่างการที่ประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่า ต้องการเจรจากับอิหร่าน แต่กลับส่งกองกำลังทหารสหรัฐฯ เข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ลีวิตต์ระบุว่าการทูตยังคงเป็น “ทางเลือกอันดับหนึ่งและสิ่งที่สำคัญที่สุด” ของทรัมป์
ลีวิตต์ย้อนความถึงความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ในการทำข้อตกลงก่อนที่สงครามจะปะทุขึ้น โดยอ้างว่า ความพยายามเหล่านั้นล้มเหลวเนื่องจากระบอบการปกครองชุดก่อนของอิหร่าน
“หากมีโอกาสที่จะทำข้อตกลงกันได้อีกครั้ง ประธานาธิบดีก็พร้อมที่จะรับฟัง แต่นั่นไม่ได้ขัดขวางเขาจากการทำตามวัตถุประสงค์ทางทหารที่เขากำหนดไว้เมื่อ 30 วันก่อน และกองทัพของเราก็ยังคงดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้มากขึ้นในทุกๆ วัน”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn
