อิสราเอลอ้างว่า กองทัพใกล้จะโจมตีเป้าหมายในอิหร่านที่มี “ความสำคัญสูงสุด” ได้ครบทุกจุดภายในไม่กี่วันข้างหน้า แต่โฆษกกองทัพยังย้ำว่า ยังมีเป้าหมายการโจมตีอื่นๆ อยู่อีก
เมื่อ 29 มี.ค. 2569 นายนัดดาฟ โชชานี โฆษกของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) อธิบายว่า เป้าหมายการโจมตีในอิหร่านถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น ขีปนาวุธทิ้งตัว, แหล่งผลิต (อาวุธ), นิวเคลียร์, ศูนย์บัญชาการและควบคุม และอื่นๆ โดยในแต่ละกลุ่มยังมีการแบ่งหมวดหมู่ย่อยเป็น "เป้าหมายหลัก, เป้าหมายสำคัญ และเป้าหมายเพิ่มเติม"
นายโชชานีบอกอีกว่า ภายในไม่กี่วันข้างหน้า "เราจะสามารถเสร็จสิ้นภารกิจต่อเป้าหมายความสำคัญสูงสุดในกลุ่มโรงงานการผลิตได้" พร้อมระบุเสริมว่า "นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะหมดเป้าหมายในการโจมตี... แต่หากพูดถึงระดับความสำคัญสูงสุดตามที่เราได้กำหนดไว้ เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้ภายในไม่กี่วัน"
อย่างไรก็ตาม โชชานีปฏิเสธที่จะระบุรายละเอียดของกรอบเวลาที่แน่ชัด เนื่องจาก "เงื่อนไขการปฏิบัติงาน" อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ทั้งนี้ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา IDF โจมตีโรงงานเหล็กสองแห่งในอิหร่าน ซึ่งรวมถึงแห่งหนึ่งที่มีการใช้สารกัมมันตรังสี ตามรายงานของหน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์แห่งสหประชาชาติ รวมถึงโรงงานผลิตน้ำมวลหนักในเมืองอารัก (Arak) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญสำหรับแร่พลูโตเนียม
นายโชชานีกล่าวอีกว่า IDF เคยโจมตีโรงงานน้ำมวลหนักแห่งนี้ไปแล้วระหว่างการบุกโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว "แต่หน่วยข่าวกรองตรวจพบความพยายามที่จะสร้างมันขึ้นมาใหม่"
นอกเหนือจากการทำลายเป้าหมายทางทหารแล้ว ข้อมูลจากสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านระบุว่า การโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,900 ราย และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานภาคพลเรือนจำนวนมาก รวมถึงสถานพยาบาลและโรงเรียนหลายร้อยแห่ง
...
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn
