รัฐบาลกัมพูชาประกาศระงับการเรียกเก็บค่าปรับผู้กระทำผิดกฎจราจรเป็นการชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของประชาชน หลังราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง

นายทัช สุขะ โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา แถลงมาตรการผ่อนปรนพิเศษ โดยระบุว่ารัฐบาลมีคำสั่งให้ระงับการปรับเงินผู้กระทำผิดกฎจราจรชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงการซ้ำเติมภาระค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ที่กำลังแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างหนัก

แม้จะมีการพักการเรียกเก็บค่าปรับ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยเน้นไปที่การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจร และอำนวยความสะดวกในช่วงเวลาเร่งด่วน นอกจากนี้ ทางการยังยืนยันว่า "การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์" และการตรวจค้นอาวุธหรือวัตถุระเบิดในช่วงลาดตระเวนกลางคืนจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ

กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาเปิดเผยข้อมูลราคาพลังงานล่าสุด พบว่าราคาน้ำมันในประเทศขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำมันเบนซิน (RON 92): ราคาอยู่ที่ 5,450 เรียล (ประมาณ 44.67 บาท) ต่อลิตร เพิ่มขึ้น 41.5% นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ส่วนน้ำมันดีเซล ราคาพุ่งแตะ 7,100 เรียล (ประมาณ 58.20 บาท) ต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้นถึง 84% ขณะที่ก๊าซแอลพีจี ราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง 60%

สถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบและก๊าซราว 1 ใน 5 ของโลกต้องหยุดชะงัก ซึ่งภูมิภาคเอเชียถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด 

เนื่องจากกัมพูชาต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศทั้งหมด 100% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลจึงได้เริ่มมาตรการลดภาษีนำเข้าและภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เพื่อพยายามลดแรงกระแทกจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก ก่อนจะตามมาด้วยมาตรการพักการค่าปรับจราจรล่าสุดนี้.

...


ที่มา Khmer Times