"เมลาเนีย ทรัมป์" สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐฯ เปิดทำเนียบขาวโชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ "Figure 3" พร้อมผลักดันโครงการ "Fostering the Future Together" มุ่งสร้างทักษะดิจิทัลและ AI ให้เยาวชนยุคใหม่ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และเสนอแนวคิด "ครูหุ่นยนต์" เพื่อช่วยให้เด็กๆ มีเวลาไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ มากขึ้น
นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสหรัฐฯ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ "Fostering the Future Together" เป็นวันที่สอง ณ ทำเนียบขาว โดยเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการเข้าถึงการศึกษาและเทคโนโลยีของเด็กและเยาวชน
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการที่นางเมลาเนียปรากฏตัวพร้อมกับ "Figure 3" หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อัจฉริยะที่พัฒนาโดยบริษัท ฟิกเกอร์ เอไอ (Figure AI) จากแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ซึ่งทำหน้าที่กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานอย่างน่าประทับใจ โดยหุ่นยนต์รุ่นนี้เป็นหุ่นยนต์รุ่นที่ 3 ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยงานบ้าน เช่น ซักผ้า ล้างจาน และทำความสะอาด ในงานนี้มันได้กล่าวทักทายผู้เข้าร่วมเป็นภาษาต่างๆ ถึง 11 ภาษา ก่อนที่เธอจะเริ่มการเสวนาโต๊ะกลมร่วมกับคู่สมรสผู้นำจากกว่า 40 ประเทศ อาทิ นางโอเลนา เซเลนสกา (ยูเครน), นางบริจิตต์ มาครง (ฝรั่งเศส) และนางซารา เนทันยาฮู (อิสราเอล)
ขณะที่ เมลาเนียใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอแนวคิด "ครูหุ่นยนต์" โดยให้จินตนาการถึงหุ่นยนต์นักการศึกษาชื่อ พลาโต (Plato) ที่สามารถสอนวิชาคลาสสิก วรรณกรรม และวิทยาศาสตร์ได้อย่างแม่นยำและอดทน เพื่อช่วยให้เด็กๆ มีเวลาไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ มากขึ้น
นางเมลาเนียได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งการวิจัย การสร้างพันธมิตรใหม่ และการจัดประชุมระดับภูมิภาค เพื่อบ่มเพาะทักษะที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยมีแนวทางหลักคือ พัฒนาหลักสูตรการศึกษาที่สอดคล้องกับโลกดิจิทัล การสนับสนุนกฎหมายที่เน้นเทคโนโลยีและการศึกษา และการดึงยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Microsoft, Google และ OpenAI เข้ามาร่วมวางรากฐาน
...
เธอกล่าวว่า "ขอให้เราช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ในการสร้างแพลตฟอร์มใหม่ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ และยกระดับการผลิตในทุกภาคส่วน ตั้งแต่สื่อ แฟชั่น ไปจนถึงสาธารณสุขและความมั่นคง มาร่วมกันสร้างอนาคตไปด้วยกัน"
การประชุมตลอด 2 วันนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การใช้ AI ในการศึกษา, เครื่องมือเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้, ความฉลาดทางดิจิทัล และความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่เธอเคยประกาศไว้ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่ผ่านมา เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนจะสามารถ "เติบโตอย่างงดงามในยุคดิจิทัล".