รมว.กลาโหมไต้หวัน มั่นใจข้อตกลงซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ มูลค่า 4.5 แสนล้านบาท ยังคงเดินหน้าตามกำหนดเดิม หลังสหรัฐฯ ส่งจดหมายค้ำประกันยืนยันความพร้อม แม้ปธน.ทรัมป์มีแผนเยือนกรุงปักกิ่งเดือนพ.ค.นี้
นายเวลลิงตัน คู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไต้หวัน เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐอเมริกา โดยยืนยันว่าแผนการจัดซื้อครั้งล่าสุดยังคงเป็นไปตามกำหนดการ หลังจากรัฐบาลไต้หวันได้รับ "จดหมายค้ำประกัน" (Letter of Guarantee) จากสหรัฐฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าในขณะนี้ผู้นำสหรัฐฯและจีนกำลังเตรียมตัวพบปะครั้งสำคัญในเดือนพฤษภาคมที่กำลังจะถึงนี้ก็ตาม
รายงานระบุว่า อาวุธล็อตใหญ่ที่ไต้หวันเตรียมจัดซื้อครั้งนี้ประกอบไปด้วยยุทโธปกรณ์ล้ำสมัย โดยเฉพาะขีปนาวุธระบบสกัดกั้น (advanced interceptor missiles) รวมมูลค่าสูงถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.58 แสนล้านบาท) โดยคาดว่าข้อตกลงครั้งนี้จะถูกเสนอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามอนุมัติได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนจีน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ตัดสินใจเลื่อนการเดินทางไปพบปะสี จิ้นผิงจากเดิมในช่วงต้นเดือนเมษายน ออกไปเป็นวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ เนื่องด้วยสถานการณ์สงครามอิหร่านที่ยังคุกรุ่น
ประเด็นเรื่องไต้หวันถือเป็นหัวข้อที่เปราะบางอย่างยิ่งในการเจรจาระหว่างสองมหาอำนาจ โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้ติดต่อประธานาธิบดีทรัมป์โดยตรงเมื่อเดือนที่ผ่านมา พร้อมย้ำเตือนว่าสหรัฐฯ ควรจัดการเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวันอย่าง "ระมัดระวัง"
เมื่อถูกสื่อตั้งคำถามว่าการพบกันของสองผู้นำในครั้งนี้จะทำให้ข้อตกลงซื้อขายอาวุธสะดุดหรือไม่ รมว.กลาโหมของไต้หวันจึงได้เผยว่าไต้หวันได้รับ "จดหมายค้ำประกัน" (Letter of Guarantee) จากสหรัฐฯแล้วอย่างเป็นทางการ ซึ่งจดหมายฉบับนี้สามารถยืนยันได้ว่าสหรัฐฯ พร้อมจะอนุมัติข้อตกลงนี้แน่นอน
...
ทั้งนี้อาวุธล็อตดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสหรัฐฯ ซึ่งทางไต้หวันย้ำว่ายังไม่มีสัญญาณความล่าช้าแต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ เพิ่งเสร็จสิ้นการขายอาวุธมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กับไต้หวัน ถือเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าทางการจีนจะเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดขายอาวุธให้ไต้หวันมาหลายครั้งแล้วก็ตาม.
ที่มา: Reuters
อ่านข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ ที่นี่