อิหร่านประกาศอนุญาตให้เรือที่ "ไม่มีเจตนาเป็นปฏิปักษ์" สามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัยที่เข้มงวด ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียและราคาน้ำมันขยับรับข่าวลือแผนสันติภาพ 15 ข้อจากรัฐบาลทรัมป์

คณะผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติแถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า (24 มี.ค.) เรือพาณิชย์สามารถใช้เส้นทาง "ผ่านทางอย่างปลอดภัย" ในช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องไม่เข้าร่วมหรือสนับสนุนการกระทำที่เป็นการรุกรานอิหร่าน รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและความมั่นคงอย่างเคร่งครัด และต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานที่มีอำนาจของอิหร่านก่อนการสัญจร

คำแถลงนี้มีขึ้นหลังจากปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก ลดลงอย่างฮวบฮาบจากเฉลี่ยวันละ 120 ลำ เหลือเพียง 5 ลำต่อวัน นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

การปิดช่องแคบฮอร์มุซก่อนหน้านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจแตะระดับ 150-200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ได้ปรับตัวลดลงกว่า 9% ในวันนี้ (25 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งร่างแผนสันติภาพ 15 ข้อให้แก่ทางอิหร่านเพื่อยุติสงคราม

การตอบรับของตลาดหุ้นเอเชีย ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น พุ่งขึ้น 2.3% ส่วนดัชนี KOSPI ของ เกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 2.6% ขณะที่ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกง ปรับตัวขึ้น 0.7%

แม้อิหร่านจะยืนยันว่าช่องแคบยังคงเปิดอยู่สำหรับ "ผู้ที่ไม่ใช่ศัตรู" แต่ในรายละเอียดของกฎระเบียบการเดินเรือยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับบริษัทเดินเรือข้ามชาติเกี่ยวกับความปลอดภัยในทางปฏิบัติจริง ขณะที่การเจรจาสันติภาพยังคงอยู่ในขั้นเริ่มต้นและมีความเปราะบางสูงท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ยังดำเนินอยู่เป็นระยะ.

...


ที่มา Al Jazeera