รัสเซียโจมตีทางอากาศครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายวันเข้าใส่พื้นที่ต่างๆ ของยูเครน เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่เซเลนสกีเรียกร้องให้พันธมิตรสนับสนุนยูเครนต่อไป

เมื่อ 24 มี.ค. 2569 รัสเซียโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ในหลายพื้นที่ทั่วยูเครนตลอดคืนวันจันทร์เข้าสู่วันอังคาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ รวมถึงหญิงวัย 61 ปี ในเหตุโดรนพุ่งชนรถไฟฟ้าในเมืองคาร์คิฟเมื่อเช้าตรู่วันอังคาร และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

กองทัพอากาศยูเครนระบุในแถลงการณ์ผ่าน Telegram ว่า การโจมตีของรัสเซียครั้งนี้ประกอบด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว 7 ลูก, ขีปนาวุธร่อน 23 ลูก, ขีปนาวุธจากอากาศสู่ภาคพื้น 4 ลูก และโดรนอีก 392 ลำ โดยหน่วยป้องกันทางอากาศสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้ 25 ลูก และโดรนอีก 365 ลำ

หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือเมืองซาโปริซเซียทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถูกโจมตีด้วยโดรน 6 ลำ ตามด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวอีก 6 ลูก เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย หลังจากอาคารที่พักอาศัยสูงระฟ้าแห่งหนึ่งถูกถล่ม

เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 10 วัน และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวเตือนในสุนทรพจน์ประจำวันว่ากำลังจะมีการ “โจมตีครั้งใหญ่” เกิดขึ้น

ประธานาธิบดีเซเลนสกีโพสต์ข้อความผ่าน X ในวันอังคารว่า “ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เราต้องการการปกป้องที่มากขึ้นเพื่อรักษาชีวิตผู้คนจากการโจมตีของรัสเซีย สิ่งสำคัญคือต้องสนับสนุนยูเครนต่อไป”

ทั้งนี้ ในพื้นที่อื่นๆ นายวิตาลี ดียาคิฟนิช ผู้ว่าการแคว้นโปลตาวาทางตะวันออกเฉียงเหนือ ระบุผ่าน Telegram ว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย หลังการโจมตีของรัสเซียพุ่งเป้าไปที่อาคารที่พักอาศัยและโรงแรมแห่งหนึ่ง

...

ที่เมืองเคอร์ซอน นายยาโรสลาฟ ชานโก หัวหน้าฝ่ายบริหารของเมือง กล่าวว่ามีพลเรือนเสียชีวิต 1 ราย หลังจากบ้านของเขาถูกระดมยิงด้วยปืนใหญ่จากฝั่งรัสเซีย

ขณะที่ในภูมิภาคดนีโปรเปตรอฟสค์ เจ้าหน้าที่ระบุว่าหญิงวัย 75 ปีรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังการโจมตีของรัสเซีย และในเมืองซูมี คนขับรถบัสวัย 65 ปีได้รับบาดเจ็บหลังจากรถของเขาถูกโดรนพุ่งชน

ทางด้านรัฐบาลมอลโดวาได้ออกมาประณามการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคโอเดสซา ของยูเครน ซึ่งส่งผลให้สายส่งไฟฟ้า Isaccea-Vulcanesti ถูกตัดขาด โดยสายส่งนี้เป็นเส้นทางหลักที่มอลโดวาใช้เพื่อนำเข้าไฟฟ้าจากโรมาเนียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน

“ขณะนี้มีการใช้เส้นทางสำรองแล้ว แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง” ประธานาธิบดี ไมอา ซานดู แห่งมอลโดวา โพสต์ข้อความผ่าน X “รัสเซียต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc