ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วงหนัก หลังทรัมป์ยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซใน 48 ชม. หากไม่ทำตามสหรัฐฯ จะเข้าถล่มโรงไฟฟ้าทั่วประเทศ ด้านอิหร่านขู่กลับ พร้อมทำลายโครงสร้างพื้นฐานทั้งภูมิภาค

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ของการสู้รบ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสำคัญในเอเชียดิ่งลงอย่างหนักในการเปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ (23 มีนาคม) โดยดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลงกว่า 3.4% ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ทรุดลงเกือบ 5% ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกงและไต้หวันต่างปรับตัวลดลงกว่า 2%

ชนวนเหตุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความทางออนไลน์เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มีนาคม) เวลา 23.44 น. (GMT) หรือ วันอาทิตย์ เวลา 06.44 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดแคบฮอร์มุซเพื่อเดินเรืออย่างเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง มิเช่นนั้นกองทัพสหรัฐฯ จะปฏิบัติการโจมตีเพื่อทำลายโรงผลิตไฟฟ้าทั่วประเทศอิหร่าน โดยจะเริ่มจากโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับแรก ซึ่งคำขู่ครั้งนี้ของทรัมป์เป็นการขู่เพื่อตอบโต้หลังอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเมืองดีโมนา (Dimona) และเมืองอารัด (Arad) ของอิสราเอล 

ทางด้านนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ (Mohammad Bagher Ghalibaf) ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกมาตอบโต้ทันทีว่า หากสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน อิหร่านก็จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบผลิตน้ำจืดทั่วภูมิภาคให้สิ้นซากเช่นกัน

ทั้งนี้อิหร่านได้ทำการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังจากถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตี โดยปกติแล้วช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถึง 20% ของปริมาณการค้าโลก การปิดเส้นทางดังกล่าวจึงส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

...

นายฟาติห์ บิโรล (Fatih Birol) ผู้อำนวยการองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กล่าวระหว่างการแถลงที่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลียว่า โลกกำลังเผชิญกับวิกฤติพลังงานที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงกว่าวิกฤติน้ำมันในช่วงปี 1970 และรุนแรงกว่าผลกระทบจากการบุกรุกยูเครนของรัสเซียในปี 2022 เสียอีก

สำหรับราคาซื้อขายน้ำมันในตลาดโลกยังคงทรงตัวที่ระดับสูง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) มีราคาอยู่ที่ประมาณ 112 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,700 บาท) ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบในประเทศสหรัฐฯ มีการปรับขึ้นจากเดิม 0.2% ทำให้มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 98.57 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,250 บาท) ต่อบาร์เรล

ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ถือเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในภูมิภาค เนื่องจากประเทศทั้งสองต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลัก ความยืดเยื้อของสงครามและความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานตามที่สหรัฐและอิหร่านข่มขู่ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและภาคการผลิตในภูมิภาคเอเชียอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้.

ที่มา: BBC

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สงครามตะวันออกกลาง