โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาลดบทบาททางทหารในตะวันออกกลาง หลังเชื่อว่าใกล้บรรลุเป้าหมายในการรับมืออิหร่าน พร้อมโยนให้ประเทศอื่นที่ใช้ช่องแคบฮอร์มุซ รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแทน 

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันศุกร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่า สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาลดระดับ ปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง หลังจากเชื่อว่าใกล้บรรลุเป้าหมายสำคัญในการจัดการกับอิหร่านแล้ว

ทรัมป์ระบุว่า ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ สามารถบ่อนทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงทำลายศักยภาพของกองทัพอากาศและกองทัพเรืออิหร่านได้ในระดับหนึ่ง

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวถึงความสำคัญของ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยเสนอว่าประเทศที่พึ่งพาการใช้เส้นทางดังกล่าวควรเข้ามามีบทบาทดูแลความปลอดภัยแทนสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าสหรัฐฯ ยังพร้อมให้การสนับสนุน หากประเทศพันธมิตรร้องขอความช่วยเหลือ แต่เชื่อว่าหากภัยคุกคามจากอิหร่านหมดไป ภารกิจดังกล่าวจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับประเทศเหล่านั้น

ทรัมป์อ้าง “สหรัฐฯ ชนะแล้ว” แต่เสริมกำลังต่อเนื่อง

แม้ทรัมป์จะกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐฯชนะสงครามกับอิหร่านแล้ว แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงตึงเครียด

รายงานจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังนาวิกโยธินและทหารเรือสหรัฐฯ หลายพันนายกำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม ในช่วงที่สงครามกับอิหร่านกำลังจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4

ท่าทีของทรัมป์สะท้อนแนวโน้มลดภาระของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยพยายามผลักดันให้พันธมิตรเข้ามารับบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในจุดยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซ

...

อย่างไรก็ตาม การเสริมกำลังทหารในเวลาเดียวกัน อาจสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมถอนตัวเต็มรูปแบบ และยังคงต้องการรักษาอำนาจต่อรองทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อพลังงานโลก.


ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ