ออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินรับมือไซโคลน "นาเรลล์" พัดถล่มพื้นที่ตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ด้วยความเร็วลม 220 กม./ชม. ทำหลังคาบ้านปลิวว่อนและไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ด้านนายกฯ รัฐเตือนอาจเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือสั่งอพยพประชาชนหนีน้ำท่วมฉับพลัน
สถานการณ์พายุไซโคลน "นาเรลล์" (Narelle) ล่าสุดได้พัดขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งตะวันออกของแหลมยอร์ก ทางตอนเหนือสุดของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อเช้าวันนี้ (20 มี.ค.) ส่งผลให้เกิดลมกระโชกแรงพิกัดสูงสุดถึง 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะอ่อนกำลังลงจากระดับ 4 มาอยู่ที่ระดับ 3
รายงานจากประชาชนในพื้นที่ระบุว่า ลมพายุพัดรุนแรงจนหลังคาบ้านหลายหลังปลิวหายและต้นไม้หักโค่นจำนวนมาก ด้านบริษัท Ergon ผู้ให้บริการไฟฟ้า รายงานว่ามีบ้านเรือนมากกว่า 3,500 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ และคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักสะสมสูงถึง 500 มิลลิเมตร ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากสภาพดินในพื้นที่มีการสะสมน้ำจนอิ่มตัวอยู่ก่อนแล้ว ด้านรัฐบาลควีนส์แลนด์ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ตำรวจ พร้อมทีมแพทย์ รถพยาบาล และเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางน้ำลงพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมช่วยเหลือทันที
นายเดวิด คริซาฟูลลิ มุขมนตรีรัฐควีนส์แลนด์ เตือนว่านี่อาจเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดในความทรงจำของผู้คนในพื้นที่ และขอให้ชาวเมืองอย่าประมาทแม้ในช่วงที่ "ตาพายุ" พัดผ่าน เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ พร้อมย้ำว่าแม้จะเป็นพื้นที่ที่มีประชากรเบาบาง แต่ทางการจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
เส้นทางพายุถัดไปไซโคลนนาเรลล์กำลังเคลื่อนตัวผ่านแหลมเคปยอร์ก มุ่งหน้าสู่อ่าวคาร์เพนแทเรียซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า กระแสน้ำที่อุ่นในบริเวณดังกล่าวอาจส่งผลให้พายุกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเขตนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี
...
ล่าสุด ทางการได้สั่งอพยพประชาชนหลายร้อยคนจากชุมชนห่างไกลในนูมบุลวาร์ ไปยังเมืองดาร์วินเพื่อความปลอดภัยแล้ว ขณะที่เมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง พอร์ตดักลาส และแคนส์ แม้จะอยู่ห่างจากจุดขึ้นฝั่งหลายร้อยกิโลเมตร แต่ก็ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรงที่กัดเซาะชายหาดอย่างหนักเช่นกัน.
ที่มา BBC