ขีปนาวุธอิหร่านตกใส่พื้นที่เวสต์แบงก์และตอนกลางของอิสราเอล คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ 3 ราย และแรงงานต่างชาติ 1 ราย ด้านไทยยืนยันผู้เสียชีวิตเป็นแรงงานชาวไทย

สภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ (PRCS) รายงานเหตุสลดเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มี.ค.) เมื่อเศษซากขีปนาวุธจากอิหร่านตกใส่ร้านเสริมสวยในเมืองเบต อาวา (Beit Awa) ใกล้กับเมืองเฮบรอน ในเขตเวสต์แบงก์ ส่งผลให้ผู้หญิงชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตทันที 3 ราย หนึ่งในนั้นคือเด็กสาววัยเพียง 17 ปี ชื่อว่า เมย์ส กาซี มาซัลเมห์ 

เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านในสงครามครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 8 ราย โดยสภาพที่เกิดเหตุซึ่งเป็นร้านทำผมในตู้คอนเทนเนอร์ถูกสะเก็ดระเบิดเจาะจนเป็นรูพรุนและเต็มไปด้วยคราบเลือด

ในเวลาไล่เลี่ยกัน หน่วยกู้ภัย Magen David Adom ของอิสราเอล ยืนยันพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ในนิคมเกษตรกรรมอาดานิม ทางตอนกลางของอิสราเอล ห่างจากกรุงเทลอาวีฟไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร

ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้รับคำยืนยันจากทางการอิสราเอลแล้วว่า ผู้เสียชีวิตคือ "แรงงานเกษตรชาวไทย" วัย 30 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากสะเก็ดระเบิดโลหะที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่เกิดเหตุ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมในอิสราเอลจากการโจมตีของอิหร่านเพิ่มขึ้นเป็น 15 รายแล้ว

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แถลงว่าได้ส่งโดรนและขีปนาวุธเข้าโจมตีเป้าหมายหลายจุดทั่วอิสราเอล ขณะที่สื่ออิสราเอลระบุว่า การโจมตีในระลอกล่าสุดมีการใช้ "ระเบิดคลัสเตอร์" ซึ่งเป็นอาวุธที่แตกตัวกลางอากาศและกระจายระเบิดลูกหักไปทั่วบริเวณกว้าง ทำให้ยากต่อการสกัดกั้นและสร้างความเสียหายต่อพลเรือนอย่างหนัก

...

หลังเกิดเหตุ นายฮุสเซน อัล-เชค รองประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ได้รับสายด่วนจากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อแสดงความเสียใจและประณามการโจมตีของอิหร่านที่ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต โดยตัวประเทศ UAE เองก็ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของอิหร่านหลายครั้งนับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา.




ที่มา AFP