กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เสนอของบมหาศาล 200,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.56 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ขณะที่รัฐบาลทรัมป์เริ่มหารือแผนส่งทหารภาคพื้นดินบุกยึดเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันหลัก และเข้าควบคุมคลังยูเรเนียมของเตหะราน

วอชิงตันโพสต์รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ  ได้ยื่นคำขอไปยังทำเนียบขาวเพื่ออนุมัติงบประมาณจากสภาคองเกรสสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.56 ล้านล้านบาท) เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีอิหร่านที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยงบจำนวนมหาศาลนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเร่งขยายสายการผลิตอาวุธสำคัญที่เริ่มขาดแคลน หลังจากการสู้รบเปิดฉากขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์

ข้อมูลระบุว่า ค่าใช้จ่ายในสงครามครั้งนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในสัปดาห์แรกเพียงสัปดาห์เดียว สหรัฐฯ สูญเสียงบประมาณไปแล้วกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอปรับเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศในปี 2027 ขึ้นเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 50% จากปีก่อนหน้า

นอกเหนือจากงบประมาณ มีรายงานว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณาแผนส่งกองกำลังทหารราบหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง เพื่อเปิดทางเลือกในการปฏิบัติการที่เข้มข้นขึ้น เช่นการยึดเกาะคาร์ก แหล่งข่าวระบุว่ามีการหารือถึงการส่งทหารบกเข้าควบคุมเกาะที่เป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันถึง 90% ของอิหร่าน แทนที่จะทำลายทิ้ง เพื่อรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

รวมถึงการคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ โดยอาจมีการส่งทหารประจำการตามชายฝั่งอิหร่านเพื่อรับประกันความปลอดภัยของเรือบรรทุกน้ำมัน และยังมีการพูดถึงการใช้หน่วยรบพิเศษเข้าควบคุมคลังสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงและซับซ้อนอย่างยิ่ง

...

แม้ทรัมป์จะเคยหาเสียงว่าจะหลีกเลี่ยงสงครามใหม่ในตะวันออกกลาง แต่การส่งทหารภาคพื้นดินกำลังถูกยกมาเป็นทางเลือกสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงทางการเมืองสูงเนื่องจากคะแนนนิยมในสงครามอิหร่านของชาวอเมริกันยังอยู่ในระดับต่ำ

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจส่งทหารราบอย่างเป็นทางการ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคง "เก็บทุกทางเลือกไว้บนโต๊ะ" เพื่อบรรลุเป้าหมายใน ปฏิบัติการ Epic Fury ได้แก่การทำลายศักยภาพขีปนาวุธของอิหร่าน, การกวาดล้างกองทัพเรืออิหร่านให้สิ้นซาก, การกวาดล้างกลุ่มตัวแทนที่สร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาค และการการันตีว่าอิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์.


ที่มา Washington Post / Reuters