แรดขาวใต้กลับคืนสู่ธรรมชาติในยูกันดาเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี หลังจากพวกมันถูกล่าจนสูญพันธุ์จากประเทศแห่งนี้ โดยเจ้าหน้าที่วางแผนจะทยอยส่งแรดขาวคืนสู่ป่ามากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา “แรดขาวใต้” (southern white rhino) จำนวน 2 ตัวถูกส่งกลับคืนสู่ธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติ “คิเดโปวัลเลย์” (Kidepo Valley) ของประเทศยูกันดาแล้ว โดยนี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ทศวรรษที่แรดขาวได้กลับคืนสู่ธรรมชาติ หลังจากพวกมันถูกล่าจนสูญพันธุ์เพื่อเอานอและเนื้อ
แรด 2 ตัวดังกล่าวเป็นสมาชิกกลุ่มแรกจากทั้งหมด 8 ตัวที่จะถูกส่งกลับคืนธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูประชากรแรดในอุทยานแห่งนี้อีกครั้ง โดยหน่วยงานคุ้มครองสัตว์ป่ายูกันดา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการย้ายถิ่นฐานระบุว่า แรดตัวสุดท้ายในพื้นที่นี้ถูกฆ่าตายไปเมื่อปี 2526
ตามรายงานของสำนักข่าว รอยเตอร์ส ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายคราวนั้น เหล่านักล่าได้สังหารแรดทุกตัวในคิเดโป รวมถึงในอุทยานแห่งชาติแห่งอื่น ๆ ทั่วประเทศยูกันดา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของสัตว์ร่างยักษ์เหล่านี้ถึงประมาณ 700 ตัว ความสูญเสียในครั้งนั้นส่งผลให้แรดสายพันธุ์นี้สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของยูกันดาอย่างสิ้นเชิง
นายเจมส์ มูซิงกูซี ผู้อำนวยการบริหารของหน่วยงานคุ้มครองสัตว์ป่ายูกันดา (UWA) กล่าวว่า “ช่วงเวลานี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่สำหรับแรดในอุทยานแห่งชาติคิเดโปวัลเลย์”
นายมูซิงกูซีระบุว่า ความริเริ่มนี้ดำเนินตามผลการศึกษา ที่พิจารณาถึงความเหมาะสมของถิ่นที่อยู่ ความต้องการทางระบบนิเวศ และเงื่อนไขด้านความปลอดภัย ซึ่งพบว่าคิเดโปเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการนำสายพันธุ์นี้กลับคืนสู่ธรรมชาติให้สำเร็จ
...
UWA เปิดเผยว่า ได้มีการจัดเตรียมเขตรักษาพันธุ์แรดเอาไว้ โดยติดตั้งรั้วล้อมรอบ ถนนเข้าถึงพื้นที่ แนวกันไฟ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ระบบน้ำ และเทคโนโลยีการเฝ้าติดตาม เพื่อให้แน่ใจว่าสัตว์เหล่านี้จะได้รับการคุ้มครองและดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ แรดขาวใต้ทั้ง 2 ตัวถูกย้ายมาจากฟาร์มปศุสัตว์เอกชนในเขตปกครอง “นากาซองโกลา” (Nakasongola) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงกัมปาลา เมืองหลวง ไปทางเหนือประมาณ 100 กิโลเมตร โดยฟาร์มแห่งนี้เริ่มเพาะพันธุ์แรดขาวมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว หลังจากนำเข้าแรดขาวใต้จำนวน 4 ตัวมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในเคนยา
อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักเคลื่อนไหวรายงานว่า การลักลอบล่าสัตว์ยังคงเป็นความท้าทายในยูกันดา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมและดำเนินคดีกับบุคคลที่ครอบครองงาช้าง ตัวนิ่ม และสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดอื่น ๆ ไปแล้วหลายราย
ตลาดค้านอแรดผิดกฎหมายยังคงเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาล โดยมีแรงจูงใจในการนำไปใช้ในยาแผนโบราณ และเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางสังคมในหลายประเทศแถบเอเชีย
องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดให้แรดขาวใต้อยู่ในสถานะ “ใกล้ถูกคุกคาม” (Near Threatened) โดยระบุว่าประชากรของพวกมันกำลังลดลง ซึ่งผลสำรวจจากปี 2563 มีแรดขาวใต้เหลืออยู่ในธรรมชาติมากกว่า 10,000 ตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc