"โดนัลด์ ทรัมป์" ปธน.สหรัฐฯ ขอเลื่อนการเดินทางเยือนจีนเพื่อประชุมสุดยอดกับ "สี จิ้นผิง" แล้ว อ้างติดภารกิจคุมสงครามกับอิหร่าน ยืนยันไม่เกี่ยวปมบีบให้จีนยื่นมือเข้าช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สื่อต่างประเทศรายงานว่า วานนี้ (16 มี.ค.) นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าเขามีแผนที่จะเลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนประเทศจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกับ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนออกไปก่อนราว 1 เดือน จากกำหนดการเดิมในปลายเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ โดยให้เหตุผลว่า เขาต้องการอยู่บัญชาการสถานการณ์สงครามกับอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่าท่ามกลางช่วงเวลาที่ความขัดแย้งกำลังทวีความรุนแรงเช่นนี้เขาจำเป็นจะต้องอยู่สั่งการและตัดสินใจในเรื่องสำคัญด้วยตนเอง

โดยเดิมทีกำหนดการพบปะระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน มีกำหนดจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 2 เมษายน ที่จะถึงนี้ โดยถือเป็นการพบกันครั้งแรกนับตั้งแต่การหารือครั้งล่าสุดในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่า การเลื่อนการพบปะครั้งนี้ไม่มีนัยทางการเมืองแอบแฝง รวมถึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบีบบังคับให้จีนช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซแต่อย่างใด พร้อมระบุว่าเขายังคงตั้งตารอที่จะได้พบกับนายสี จิ้นผิง และย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสองยังคงเป็นไปด้วยดี

สอดคล้องกับคำแถลงของ นายสก็อต เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ระบุว่า การขอเลื่อนประชุมสุดยอดผู้นำครั้งนี้ไม่ใช่เพราะทางสหรัฐฯ ต้องการกดดันให้จีนยื่นมือช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือปมเรื่องความขัดแย้งทางการค้าของทั้งสองประเทศแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะประธานาธิบดีทรัมป์ ต้องการอยู่ประสานงานด้านสถานการณ์สงครามอิหร่านด้วยตนเองที่กรุงวอชิงตัน และการเดินทางเยือนต่างประเทศในช่วงเวลานี้จึงอาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมนัก

...

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อดังอย่าง Financial Times ว่าเขาอาจเลื่อนการประชุมสุดยอดผู้นำออกไป หากจีนไม่ยอมยื่นมือเข้าช่วยคลี่คลายปัญหาการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าพลังงานที่สำคัญของโลกซึ่งถูกอิหร่านปิดกั้นไว้ในขณะนี้ จนทำให้ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ และทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างหนัก

ทั้งนี้สถานการณ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศก็ยังคงมีความตึงเครียด หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งยกเลิกนโยบายกำแพงภาษีของทรัมป์ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์จึงประกาศเดินหน้าสอบสวนแนวปฏิบัติทางการค้าของจีนรวมถึงอีกหลายประเทศอีกครั้ง โดยล่าสุดตัวแทนจากสองฝ่ายเพิ่งเสร็จสิ้นการเจรจาเพื่อหาทางออกเรื่องภาษีและการคว่ำบาตรเศรษฐกิจไปเมื่อสองวันที่ผ่านมา ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

โดยนายหลี่ เฉิงกัง (Li Chenggang) หัวหน้าทีมเจรจาด้านการค้าของจีน ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัว ว่าสองฝ่ายสามารถบรรลุฉันทามติได้ในบางประเด็น แต่แผนการสอบสวนแนวปฏิบัติทางการค้าของจีนโดยสหรัฐฯยังทำให้เขามีความกังวลอย่างมาก เขาจึงอยากเรียกร้องให้สหรัฐฯ คำนึงถึงการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นหลักในยามนี้ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตจากสงคราม.

ที่มา: BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สงครามตะวันออกกลาง