จำนวนประชาชนที่ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นในเลบานอนเพิ่มขึ้นจนมากกว่า 1 ล้านคนแล้ว หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ ขณะที่ตุรกีประณามปฏิบัติการภาคพื้นดินของกองทัพอิสราเอล

เมื่อ 16 มี.ค. 2569 หน่วยงานจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติของเลบานอนเปิดเผยว่า จำนวนประชาชนที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่นในประเทศ นับตั้งแต่อิสราเอลยกระดับการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจนมากกว่า 1 ล้านคนแล้ว ท่ามกลางภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ที่ขยายวงกว้างมากขึ้น

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการนับรวมเฉพาะผู้ที่มาลงทะเบียนด้วยตนเองเท่านั้น ซึ่งหมายความว่ายอดรวมที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้มาก นอกจากนี้ ทางหน่วยงานยังระบุอีกว่า มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนแล้วอย่างน้อย 886 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 2,100 ราย

ทั้งนี้ อิสราเอลเริ่มระดมโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งติดกับชายแดนทางเหนือของอิสราเอลอีกครั้งเมื่อ 2 มี.ค. ไม่ถึง 48 ชั่วโมงหลังจากกองทัพสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่อิหร่าน จนทำให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยิงจรวด 6 ลูกเข้าใส่อิสราเอล

ล่าสุดในวันจันทร์ (16 มี.ค.) อิสราเอลประกาศเริ่มปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินแบบจำกัดในภาคใต้ของเลบานอน อ้างว่าเพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานของผู้ก่อการร้าย ซึ่งสื่อถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

อย่างไรก็ตาม การบุกโจมตีภาคพื้นดินของอิสราเอลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทางการตุรกี โดยสถานเอกอัครราชทูตตุรกี ณ กรุงลอนดอน ได้ออกแถลงการณ์ “ประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีเลบานอนของอิสราเอล” ซึ่งระบุว่าเป็นเหตุให้มี “ผู้พลัดถิ่นสูงถึงประมาณ 1 ล้านคน”

สถานเอกอัครราชทูตย้ำว่า ตุรกีจะยังคงให้การสนับสนุนประชาชนชาวเลบานอนต่อไป พร้อมชี้ว่าการโจมตีของอิสราเอลกำลัง “คุกคามบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของเลบานอน”

...


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc