ตลาดพลังงานปั่นป่วน ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี อยู่ที่ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐฯ–อิสราเอล กระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก
วันที่ 16 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และ อิหร่าน เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 และยังไม่มีสัญญาณยุติความขัดแย้ง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบอ้างอิงโลกเบรนท์ ปรับเพิ่มขึ้น 2.9% อยู่ที่ประมาณ 106.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2565 ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์ เทกซัส สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.6% อยู่ที่ประมาณ 101.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความตึงเครียดหลักมาจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญที่อิหร่านมีอิทธิพลควบคุม ซึ่งตั้งแต่เกิดสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เรือบรรทุกน้ำมันแทบไม่สามารถผ่านช่องแคบได้ โดยเส้นทางนี้ถือเป็น คอขวดด้านพลังงานของโลก เนื่องจากมีน้ำมันประมาณ 20% ของอุปทานโลกต้องขนส่งผ่าน
ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ อาจส่งกองกำลังเรือรบเข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางออกจากตะวันออกกลาง แต่ยอมรับว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ก่อนกองทัพเรือจะพร้อมดำเนินภารกิจ ขณะเดียวกันได้เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ช่วยกันประสานงานเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อให้การขนส่งน้ำมันกลับมาเป็นปกติ
ขณะที่เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือไออีเอ ได้ประกาศให้ประเทศสมาชิก ปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการดำเนินการร่วมครั้งใหญ่ที่สุดขององค์กร แม้น้ำมันจะเริ่มถูกปล่อยสู่ตลาดได้จริงในช่วงปลายเดือนมีนาคม.
...