ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวหารัสเซียจัดหาโดรนโจมตี "ชาเฮด" ให้แก่อิหร่านเพื่อนำไปใช้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และเป้าหมายของอิสราเอล ขณะเดียวกันยูเครนเผชิญการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่จากรัสเซีย พร้อมเตือนว่าสงครามตะวันออกกลางอาจทำให้การจัดหาอาวุธป้องกันประเทศยากขึ้น
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNN ว่า รัสเซียกำลังจัดหาโดรนโจมตีแบบ "ชาเฮด" ให้แก่อิหร่าน เพื่อนำไปใช้โจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ และเป้าหมายของอิสราเอลในตะวันออกกลาง เซเลนสกีกล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็น "ข้อเท็จจริง 100 เปอร์เซ็นต์" และระบุว่าอิหร่านได้นำโดรนชาเฮดที่ผลิตโดยรัสเซียไปใช้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ แล้ว
โดรน "ชาเฮด" เป็นอากาศยานไร้คนขับโจมตีราคาถูกที่อิหร่านเป็นผู้พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกแทนขีปนาวุธราคาแพง และถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายครั้งแรกในสงครามยูเครน หลังรัสเซียเปิดฉากรุกรานในปี 2022 โดยฝ่ายยูเครนระบุว่ารัสเซียได้ยิงโดรนประเภทนี้หลายพันลำ
แม้ในช่วงแรกอิหร่านจะเป็นผู้จัดหาโดรนดังกล่าวให้รัสเซีย แต่ปัจจุบันรัสเซียได้พัฒนาการผลิตโดรนแบบเดียวกันในประเทศเอง ขณะที่กองทัพของหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ ได้นำแนวคิดโดรนประเภทนี้ไปใช้เช่นกัน ผู้นำยูเครนยังกล่าวหารัสเซียว่า พยายามใช้ประโยชน์จากสงครามในตะวันออกกลางเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อยูเครน พร้อมย้ำว่าประเทศของเขายังคงต้องการระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่างเร่งด่วน
คำกล่าวของเซเลนสกีมีขึ้นหลังรัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อยูเครนในช่วงคืนวันศุกร์ต่อเนื่องถึงเช้าวันเสาร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน โดยมีการยิงโดรนและขีปนาวุธรวมประมาณ 500 ลูก แม้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนจะสามารถสกัดกั้นอาวุธจำนวนมากได้ แต่ยังคงมีความเสียหายเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
...
เซเลนสกีระบุว่า เป้าหมายหลักของการโจมตีครั้งล่าสุดคือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคกรุงเคียฟ แต่มีอาคารที่พักอาศัย โรงเรียน และธุรกิจของพลเรือนได้รับความเสียหายด้วย
เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า การโจมตีในภูมิภาคเคียฟทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ขณะที่การโจมตีพื้นที่อยู่อาศัยใกล้เมืองซาปอริซเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน และบาดเจ็บ 18 คน
การโจมตีครั้งนี้ประกอบด้วยโดรนประมาณ 430 ลำ และขีปนาวุธ 68 ลูก แม้จะไม่ใช่การโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดของรัสเซีย แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการที่รุนแรงที่สุดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
เซเลนสกีโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า รัสเซียอาจพยายามใช้สงครามในตะวันออกกลางเป็นโอกาสในการสร้างความเสียหายเพิ่มเติมในยุโรปและยูเครน เขายังเตือนว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ทำให้มีการใช้ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศจำนวนมากในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดหาอาวุธป้องกันให้กับยูเครนในอนาคต
ขณะเดียวกัน วิกฤตการจัดหาน้ำมันโลกที่เกิดขึ้นจากการที่อิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก อาจทำให้เศรษฐกิจสงครามของรัสเซียได้รับประโยชน์
หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียบางส่วนชั่วคราว เพื่อควบคุมราคาพลังงานในตลาดโลก แม้รัสเซียจะยินดีกับการตัดสินใจดังกล่าว แต่เซเลนสกีและผู้นำยุโรปหลายประเทศได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการดังกล่าวอย่างหนัก
นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านยังส่งผลให้ความพยายามเจรจาสันติภาพที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลาง เพื่อยุติสงครามยูเครนซึ่งยืดเยื้อมากกว่า 4 ปี ต้องหยุดชะงักลงด้วย.