สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เตรียมปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเกือบเท่าตัวในทุกเส้นทางบิน หลังวิกฤตสงครามในอิหร่านทำราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูง กระทบสายการบินทั่วโลกจ่อเพิ่มราคาตั๋วโดยสาร
สื่อต่างประเทศรายงานว่า สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค (Cathay Pacific Airways) ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติของฮ่องกง ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (12 มี.ค.) โดยประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) ในเกือบทุกเส้นทางบิน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป หลังจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว เนื่องจากสถานการณ์สงครามในอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเผยว่าการปรับเปลี่ยนนี้เป็นไปตามกลไกการคำนวณราคาที่กำหนดไว้ โดยมีรายละเอียดการปรับขึ้น ดังนี้
- เส้นทางระยะสั้น: ปรับเพิ่มเป็น 290 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 1,180 บาท) จากเดิม 142 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 578 บาท)
- เส้นทางระยะกลาง: ปรับเพิ่มเป็น 541 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 2,200 บาท) จากเดิม 264 ดอลลาร์ฮ่อง (ประมาณ 1,070 บาท)
- เส้นทางระยะไกล: ปรับเพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งเท่าตัว เป็น 1,164 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 4,700 บาท) จากเดิม 569 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 2,300 บาท)
ทั้งนี้ทางสายการบินระบุว่ามีการทบทวนค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้วเพื่อให้มีความสอดคล้องกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานในตลาดโลก
วิกฤตจากสงครามในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ราคาสินค้าด้านพลังงานของโลก ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ขู่ว่าจะมีการปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำให้ราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ยทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยดัชนีพลาตส์ (Platts) รายงานว่าราคาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (9 มี.ค.) พุ่งแตะ 173.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,500 บาท
...
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบไปยังสายการบินอื่นทั่วโลก โดยสายการบินฮ่องกง แอร์ไลน์ (Hong Kong Airlines) ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันสูงสุดถึง 35.2% ตั้งแต่วันนี้ (12 มี.ค.) เป็นต้นไป
รวมไปถึงสายการบินแควนตัส (Qantas Airways) ของออสเตรเลีย และแอร์นิวซีแลนด์ (Air New Zealand) ที่ต่างเตรียมปรับขึ้นราคาค่าโดยสารในเส้นทางบินระหว่างประเทศภายในสัปดาห์นี้เช่นกัน ในขณะที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่ามีความจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารราว 10% ถึง 15%
ส่วนสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ (Vietnam Airlines) ได้ทำเรื่องร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพื่อขอยกเว้นภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันเครื่องบินเพื่อลดภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงแล้ว
อย่างไรก็ตามสายการบินบางแห่งในยุโรปยังสามารถรับมือกับวิกฤตนี้ได้ในระยะสั้น เนื่องจากมีการทำสัญญาซื้อน้ำมันล่วงหน้าในราคาคงที่ (Hedging) เอาไว้แล้ว โดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า (Lufthansa) ของเยอรมนีเผยว่าได้สำรองน้ำมันไว้ถึง 80% ของความต้องการใช้ตลอดทั้งปี ขณะที่แอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม (Air France-KLM) สามารถตกลงราคาคงที่ไว้ได้ 70% สำหรับสองไตรมาสแรก และ 60% สำหรับไตรมาสถัดไป เช่นเดียวกับสายการบินราคาประหยัดอย่างไรอันแอร์ (Ryanair) ของไอร์แลนด์ก็มีการสำรองน้ำมันไว้ในสัดส่วนที่สูงเช่นกัน
ในทางกลับกัน สายการบินเอสเอเอส (SAS) ซึ่งเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย กลับต้องประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสารชั่วคราวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากราคาต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน.
ที่มา: CNA
อ่านข่าว สงครามตะวันออกกลาง