นักวิเคราะห์ชี้ ความเคลื่อนไหวรัฐบาลสเปนประกาศถอนทูตอิสราเอล ไม่ใช่การเข้าข้างอิหร่าน แต่เป็นสัญญาณการเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลนายกฯ เปโดร ซานเชซ ที่แสดงจุดยืนต่อต้านสงครามชัดขึ้น
วันที่ 12 มีนาคม 2569 รัฐบาลสเปนตัดสินใจถอนเอกอัครราชทูตประจำอิสราเอล ท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยนักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสเปนหันไปสนับสนุนอิหร่าน แต่สะท้อนท่าทีต่อต้านสงครามที่แข็งกร้าวขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศที่เริ่มก่อตัวมาหลายปีของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ที่แสดงจุดยืนต่อต้านสงครามชัดขึ้น
โดยคำสั่งถอนทูตมีการเผยแพร่ผ่านราชกิจจานุเบกษาของรัฐบาล มีเนื้อความระบุให้ยุติการดำรงตำแหน่งของอานา มาเรีย ซาโลมอน เปเรซ เอกอัครราชทูตสเปนประจำอิสราเอล ตามข้อเสนอของกระทรวงการต่างประเทศและการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนี้สถานเอกอัครราชทูตสเปนในนครเทลอาวีฟ จะอยู่ภายใต้การบริหารงานโดยอุปทูตชั่วคราว
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สเปนเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่วิจารณ์นโยบายของอิสราเอลอย่างเปิดเผยมากที่สุด ทั้งต่อสงครามในฉนวนกาซา ตลอดจนความขัดแย้งที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
ก่อนหน้านี้นายกฯ เปโดร ซานเชซ ระบุว่าการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นสิ่ง “ไม่อาจยอมรับได้” พร้อมประกาศจุดยืนของรัฐบาลว่า “ไม่เอาสงคราม” อย่างไรก็ตาม ท่าทีนี้ไม่ได้หมายความว่าสเปนสนับสนุนรัฐบาลอิหร่าน เพราะที่ผ่านมานายซานเชซยังวิจารณ์การปราบปรามผู้ประท้วงภายในอิหร่านและบทบาทของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามมาโดยตลอด
...
ขณะที่ ที่ผ่านมารัฐบาลสเปนยังเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่ วิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในกาซาอย่างต่อเนื่อง และในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รัฐสภาสเปนยังผ่านกฎหมาย ห้ามส่งออกอาวุธและเทคโนโลยีทางทหารให้กับอิสราเอลโดยสิ้นเชิง
มาตรการนี้รวมถึงการห้ามจำหน่ายอาวุธ อุปกรณ์ทางทหาร และเทคโนโลยีสองทาง (dual-use) เพื่อตอบโต้ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา”
นักวิเคราะห์มองว่า การถอนทูตครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ของนโยบายต่างประเทศสเปน ที่พยายามแสดงบทบาททางการทูตในตะวันออกกลาง พร้อมย้ำจุดยืนด้านกฎหมายระหว่างประเทศและการแก้ไขความขัดแย้งด้วยการเจรจา
นอกจากนี้ การถอนทูตจึงถูกมองว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการปรับท่าทีทางการทูตของสเปน ที่พยายามวางตัวเป็น เสียงวิจารณ์สงครามในยุโรป และผลักดันบเองทบาทของตนในฐานะตัวกลางทางการทูตในภูมิภาคตะวันออกกลาง.
ที่มา Euronews