ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบารร์เรลแล้ว แม้ชาติหลายมหาอำนาจจะประกาศระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินถึง 400 ล้านบาร์เรลเพื่อรับมือวิกฤตสงคราม ขณะที่อิหร่านขู่ราคาน้ำมันอาจแตะถึง 200 ดอลลาร์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันนี้ (12 มี.ค.) แม้กลุ่มประเทศมหาอำนาจจะบรรลุข้อตกลงระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อพยายามสกัดกั้นผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่กำลังลุกลาม
ในตลาดการซื้อขายที่เอเชีย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นเกือบ 9% ทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,200 บาทต่อบาร์เรลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่า 32 ชาติสมาชิกขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) จะยืนยันว่าพร้อมระบายน้ำมันสำรองปริมาณรวม 400 ล้านบาร์เรลออกสู่ตลาด เพื่อคลายความกังวลในการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งตัวเลขการระบายน้ำมันฉุกเฉินครั้งนี้สูงกว่าสถิติเมื่อครั้งรัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2022 ที่ 182 ล้านบาร์เรลกว่าเท่าตัว
สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียดเมื่อโฆษกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,400 บาท) ต่อบาร์เรล เนื่องจากอิหร่านได้เตรียมยกระดับการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือสำคัญที่ส่งออกสินค้าด้านพลังงานราว 1 ใน 5 ของโลก พร้อมขู่ว่าประเทศต่าง ๆ ไม่มีทางเข้าแทรกแซงเพื่อทำให้ราคาน้ำมันให้ต่ำลงได้ และย้ำว่าเรือทุกลำที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ อิสราเอล หรือชาติพันธมิตรของทั้งสองประเทศ จะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทันทีเมื่อแล่นผ่านช่องแคบแห่งนี้
ความผันผวนของตลาดน้ำมันนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีใส่อิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาขายปลีกน้ำมันทั่วโลก โดยในสหรัฐฯ ราคาน้ำมันเบนซินโดยเฉลี่ยพุ่งสูงกว่า 3.50 ดอลลาร์ (ประมาณ 112 บาท) ต่อแกลลอนแล้ว เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (10 มี.ค.)
...
ขณะที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียที่พึ่งพาสินค้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลักได้รับผลกระทบอย่างหนัก ประชาชนในฟิลิปปินส์ เวียดนาม รวมถึงไทย เข้าแถวรอเติมน้ำมันกันอย่างเนืองแน่นสถานีบริการตลอดสัปดาห์
โดยในประเทศไทย รัฐบาลได้ประกาศขอความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ให้ใช้นโยบายทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) เพื่อประหยัดพลังงาน รวมทั้งยังระงับการเดินทางไปต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐหากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ในขณะที่ฟิลิปปินส์เริ่มใช้นโยบายให้ข้าราชการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์เพื่อลดการใช้พลังงานในประเทศ.
ที่มา: BBC
อ่านข่าว สงครามตะวันออกกลาง