โฟล์กสวาเกน ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ประกาศจะลดพนักงานในเยอรมนีลงถึง 50,000 ตำแหน่งภายใน 4 ปีข้างหน้า หลังผลกำไรของบริษัทลดลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 10 ปี

เมื่อ 10 มี.ค. 2569 “โฟล์กสวาเกน” (Volkswagen) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สัญชาติเยอรมนี ประกาศจะปรับลดพนักงานในประเทศลงจำนวน 50,000 ตำแหน่งภายในปี 2573 หลังจากผลกำไรของบริษัทลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2559

โอลิเวอร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แจ้งต่อผู้ถือหุ้นว่าการเลิกจ้างครั้งนี้จะเกิดขึ้นในเยอรมนีและครอบคลุมไปทั่วทั้งกลุ่มบริษัท รวมถึงแบรนด์ในเครืออย่าง “ออดี” (Audi) และ “ปอร์เช” (Porsche) ด้วย

ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่สุดของยุโรปเจ้านี้ระบุว่า กำไรหลังหักภาษีของบริษัทในปี 2568 ลดลงประมาณ 44% จาก 1.24 หมื่นล้านยูโร เหลือเพียง 6.9 พันล้านยูโร

โดยทางบริษัทชี้แจงว่ากำไรที่ลดลงดังกล่าวเป็นผลกระทบจาก มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ, การแข่งขันที่รุนแรงจากจีน และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างที่สูง จากการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

แม้บริษัทจะคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะฟื้นตัวในปีหน้า แต่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินเน้นย้ำว่า บริษัทจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนอย่าง “เข้มงวด”

“โดยรวมแล้ว เรามีแผนที่จะปรับลดตำแหน่งงานประมาณ 50,000 ตำแหน่งภายในปี 2573 ทั่วทั้งกลุ่มบริษัท โฟล์กสวาเกน ในเยอรมนี” นายบลูมระบุในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นในรายงานประจำปีของบริษัท พร้อมเสริมว่า “เรากำลังดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง”

ก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มบริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานแล้วในการปรับลดตำแหน่งงานมากกว่า 35,000 ตำแหน่งทั่วประเทศในรูปแบบที่ “รับผิดชอบต่อสังคม” ภายในปี 2573 เพื่อประหยัดงบประมาณราว 1.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.5 แสนล้านบาท)

...

ทั้งนี้ โฟล์กสวาเกน รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมันรายอื่น ๆ กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความต้องการรถยนต์ที่ลดลงในประเทศจีน ซึ่งเคยเป็นตลาดที่ทำกำไรมหาศาล ในขณะเดียวกัน แบรนด์รถยนต์จีนก็กำลังรุกคืบเข้าสู่ยุโรป ทำให้การแข่งขันด้านยอดขายรุนแรงยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ยิ่งทำให้สถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นไปอีก


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc