สมาชิกทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านยื่นขอลี้ภัยในออสเตรเลียเพิ่มอีก หลังก่อนหน้านี้นักฟุตบอล 5 คนได้รับอนุมัติวีซ่ามนุษยธรรมแล้ว ท่ามกลางความกังวลว่าพวกเธอจะไม่ปลอดภัยหากกลับอิหร่าน

เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 10 มี.ค. 2569 นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกมายืนยันว่า นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน 5 ราย ได้รับการอนุมัติวีซ่ามนุษยธรรมแล้ว ท่ามกลางความกังวลเรื่องความปลอดภัยหากพวกเธอต้องเดินทางกลับประเทศอิหร่าน

ล่าสุด แหล่งข่าวหลายคนบอกกับสำนักข่าว CNN ว่า มีสมาชิกทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านอีก 2 คน ประกอบด้วยนักเตะ 1 ราย และเจ้าหน้าที่ทีมอีก 1 ราย ได้ยื่นเรื่องขอลี้ภัยในออสเตรเลียแล้วเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน เชื่อว่าสมาชิกทีมที่เหลือได้เดินทางออกจากออสเตรเลียเพื่อมุ่งหน้ากลับอิหร่านแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าพวกเธอจะใช้เส้นทางใดหรือจะเดินทางถึงจุดหมายเมื่อใด

ก่อนหน้านี้ ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านเดินทางมายังออสเตรเลียเพื่อลงแข่งขันรายการฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย (Women’s Asian Cup) แต่เริ่มมีกระแสความกังวลเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของพวกเธอหากต้องเดินทางกลับอิหร่าน หลังจากที่คนในทีม “ยืนสงบนิ่ง” ไม่ยอมร้องเพลงชาติก่อนการแข่งขันนัดแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน

ทีมฟุตบอลไม่ได้อธิบายสาเหตุของการกระทำดังกล่าว แต่กลุ่มเคร่งศาสนาหัวรุนแรงในอิหร่านตีความว่าเป็นสัญญาณของการทรยศชาติ ซึ่งมีโทษสถานหนัก

แหล่งข่าวบอกกับ CNN Sports ว่า เหล่านักเตะถูกบังคับให้ร้องเพลงชาติก่อนการแข่งขันนัดที่สองเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (5 มี.ค.) และในวันอาทิตย์ (8 มี.ค.) ก่อนเกมที่พวกเธอพ่ายแพ้ให้กับฟิลิปปินส์ 2-0 พวกเธอก็ได้ร้องเพลงชาติอีกครั้งพร้อมกับทำท่าวันทยหัตถ์แบบทหาร

...

หลังการแข่งนัดสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์จบลงด้วยความพ่ายแพ้ บรรดากองเชียร์ต่างพากันรุมล้อมรถบัสของทีม พร้อมกับตะโกนบอกตำรวจให้ “ช่วยเด็กๆ ของพวกเราด้วย” ในขณะที่รถเคลื่อนตัวออกไป

ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เรียกร้องให้ออสเตรเลียยอมให้เหล่านักฟุตบอลหญิงลี้ภัยในประเทศ

“ออสเตรเลียกำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในด้านมนุษยธรรม หากปล่อยให้ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านถูกบังคับให้กลับประเทศ ซึ่งพวกเธอมีโอกาสสูงที่จะถูกสังหาร อย่าทำแบบนั้นเลยท่านนายกรัฐมนตรี ให้สิทธิลี้ภัยแก่พวกเธอเถอะ สหรัฐฯ จะรับพวกเธอไว้เองหากคุณไม่ทำ” ข้อความของนายทรัมป์ระบุ


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn