โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเพราะสงครามกับอิหร่าน ในท้ายที่สุดจะทำให้ราคาลดลง อย่างไรก็ตาม เขาเผยด้วยว่ากำลังเตรียมผ่อนคลายการคว่ำบาตรน้ำมันในบางประเทศ เพื่อลดราคาพลังงาน
เมื่อ 9 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดงานแถลงข่าวที่เมืองโดรัล รัฐฟลอริดา โดยระบุว่า สหรัฐฯ มีความคืบหน้าอย่างมากในสงครามกับอิหร่าน โดยบ่งชี้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้ “ค่อนข้างเสร็จสมบูรณ์”
“เรากำลังก้าวรุดหน้าไปอย่างมากในการบรรลุเป้าหมายทางการทหารของเรา และบางคนอาจพูดได้ว่าเป้าหมายเหล่านั้นค่อนข้างเสร็จสมบูรณ์” ทรัมป์กล่าว “เราได้กวาดล้างกองกำลังทุกหน่วยในอิหร่านออกไปอย่างราบคาบ”
นายทรัมป์บอกอีกว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายไปแล้วกว่า 5,000 แห่งนับตั้งแต่สงครามในอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. ซึ่ง “บางแห่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญมาก” แต่กองทัพสหรัฐฯ กำลังละเว้น “เป้าหมายที่สำคัญที่สุดบางแห่งไว้ภายหลัง ในกรณีที่เราจำเป็นต้องทำ”
“ถ้าเราโจมตีเป้าหมายเหล่านั้น พวกเขาจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าและสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย” เขากล่าวต่อ
ผู้นำสหรัฐฯ อ้างด้วยว่า อิหร่านยังคงแสดงความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง ในระหว่างการเจรจากับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นถึง 3 รอบซึ่งจบลงโดยที่ไม่มีการบรรลุข้อตกลงใด ๆ ก่อนที่สงครามจะปะทุ
“แม้จะมีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วนในการละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ ซึ่งพวกเขาเพิ่งได้รับไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่พวกเขากลับบอกกับคุณวิตคอฟฟ์... พวกเขาพูดออกมาจริง ๆ ว่า ‘เราต้องการสร้างมันต่อไป’” เขาสรุปมุมมองของฝ่ายอิหร่านแบบสั้น ๆ ว่า “โดยพื้นฐานแล้ว สรุปง่าย ๆ เลยก็คือ ‘เราต้องการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป’”
...
ทรัมป์คาดการณ์ว่า หากสหรัฐฯ ไม่โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน “อิหร่านคงมีอาวุธนิวเคลียร์ไปแล้ว และคงจะใช้มันไปนานก่อนหน้านี้ และอย่างน้อยที่สุด อิสราเอลก็คงจะถูกกวาดล้างไปแล้ว”
โดนัลด์ ทรัมป์ ยังประณามอิหร่านว่า “โง่เขลาอย่างยิ่ง” ที่โจมตีประเทศเพื่อนบ้านเพื่อตอบโต้การโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล
เพื่อนบ้านของอิหร่าน “ส่วนใหญ่มีท่าทีเป็นกลาง หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้คิดจะเข้ามาข้องเกี่ยว” ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่าหลังจากที่เตหะรานเริ่มเปิดฉากโจมตี “บรรดาประเทศเพื่อนบ้านเหล่านั้นก็หันมาเข้าพวกกับเรา และเริ่มโจมตี [อิหร่าน] ซึ่งจริง ๆ แล้วทำได้ค่อนข้างประสบความสำเร็จทีเดียว”
ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า การโจมตีอิหร่านครั้งนี้ เป็นการรักษาคำมั่นสัญญาที่เขาเคยให้ไว้เมื่อปี 2558 ว่าเขาจะไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง
ทรัมป์อ้างด้วยว่า ในระยะยาว สงครามกับอิหร่านจะทำให้ราคาน้ำมันลดลง แม้ว่าขณะนี้ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นถึงระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะปรับตัวลดลงมาเล็กน้อย เนื่องจากการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม
“ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปลอดภัย” เขากล่าวระหว่างการแถลงข่าว “เรากำลังจะกำจัดภัยคุกคามทั้งหมดนี้ให้สิ้นซากไปครั้งเดียวจบ และผลลัพธ์ที่ตามมาคือราคาน้ำมันและก๊าซที่ถูกลงสำหรับครอบครัวชาวอเมริกัน”
ทรัมป์ยังแสดงท่าทีไม่ยี่หระต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคชาวอเมริกันจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น โดยยืนยันว่าภาวะขาดแคลนอุปทานนั้น “ส่งผลกระทบต่อประเทศอื่น ๆ มากกว่าสหรัฐฯ มาก”
“มันไม่ได้กระทบเราจริง ๆ หรอก” เขากล่าว “เรามีน้ำมันอยู่มหาศาล”
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกอีกว่า เขาเตรียมจะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันบางประการที่พวกเขาบังคับใช้ “เพื่อลดราคาน้ำมันลง” โดยไม่ระบุว่า เป็นมาตรการคว่ำบาตรที่บังคับใช้กับประเทศใด บอกเพียงว่า “เรามีการคว่ำบาตรต่อบางประเทศอยู่ ซึ่งเราจะยกเลิกมาตรการเหล่านั้นออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย”
อนึ่ง อิหร่านและรัสเซียเป็นสองประเทศที่ถูกคว่ำบาตรอย่างหนักหน่วงที่สุด และทั้งคู่ต่างเป็นประเทศที่มีทรัพยากรน้ำมันมหาศาล โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทรัมป์เพิ่งจะอนุมัติการยกเว้นให้แก่อินเดียในการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามกดดันแดนภารตะอย่างหนัก ให้เลิกนำเข้าน้ำมันรัสเซีย
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn