กลุ่ม G7 ประชุมร่วมกับ IEA เพื่อหาทางรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะสงครามในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า พร้อมใช้มาตรการที่จำเป็น แต่ยังไม่มีข้อตกลงระบายน้ำมันจากคลังสำรอง
เมื่อ 9 มี.ค. 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของกลุ่ม G7 และสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เสร็จสิ้นการประชุมร่วมกันแล้ว โดยพวกเขาระบุว่าพร้อมที่จะดำเนินการตาม “มาตรการที่จำเป็น” เพื่อสนับสนุนการจัดหาพลังงานทั่วโลก หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
“เราพร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็น ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนอุปทานพลังงานโลก เช่น การระบายน้ำมันจากคลังสำรอง” แถลงการณ์หลังการประชุมของกลุ่ม G7 ระบุ
อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้จบลงโดยไม่มีการทำข้อตกลงเรื่องการระบายน้ำมันดิบสำรองทางยุทธศาสตร์ออกมา แม้ว่าราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ จากความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันที่อาจยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงด้วย
ในการประชุมดังกล่าว ตัวเลือกในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเป็นหนึ่งในหลายประเด็นที่มีการหารือกัน โดย ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการ IEA กล่าวว่า ตลาดน้ำมันโลก “มีสถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา”
“นอกเหนือจากความท้าทายในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ปริมาณการผลิตน้ำมันจำนวนมหาศาลยังถูกระงับลง ซึ่งสิ่งนี้กำลังสร้างความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญและเพิ่มมากขึ้นต่อตลาดน้ำมัน” นายบิโรลกล่าว
อย่างไรก็ตามหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายโรลองด์ เลสคูร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศสก็ออกมากล่าวถึงเรื่องระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินออกมาว่า "เรายังไปไม่ถึงจุดนั้น"
...
อนึ่ง หากมีการระบายน้ำมันสำรองออกมาจริง จะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 หลังจากรัสเซียเริ่มการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ
ขณะที่ ราเชล รีฟส์รัฐมนตรีคลังของสหราชอาณาจักร กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า สหราชอาณาจักรได้ใช้การประชุมนี้เรียกร้องให้มีการ “ลดระดับความรุนแรงในตะวันออกกลางโดยทันที” พร้อมเรียกร้องให้มีการรับประกันความปลอดภัยแก่เรือขนส่งในภูมิภาค และเสริมว่า “ดิฉันพร้อมที่จะสนับสนุนการร่วมมือกันระบายน้ำมันสำรองของ IEA”
ทั้งนี้ การหยุดชะงักครั้งใหญ่ของอุปทานพลังงานจากภูมิภาคตะวันออกกลาง กำลังทำให้ราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นอาจส่งผลให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ลดอัตราดอกเบี้ยน้อยลงกว่าที่คาดการณ์ไว้
โดยปกติแล้ว ประมาณ 1 ใน 5 ของอุปทานน้ำมันทั่วโลกจะถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่การจราจรผ่านช่องทางแคบ ๆ แห่งนี้แทบจะหยุดชะงักลงทั้งหมด นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc