กลุ่มสืบสวนอิสระชี้ว่า ข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมาเพิ่มเติมยิ่งตอกย้ำว่า สหรัฐฯ คือผู้ที่โจมตีโรงเรียนประถมในอิหร่าน จนทำให้มีนักเรียนหญิงเสียชีวิตถึง 165 ศพเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แม้โดนัลด์ ทรัมป์ จะปฏิเสธ

เมื่อ 9 มี.ค. 2569 “เบลลิงแคท” (Bellingcat) กลุ่มนักข่าวสืบสวนอิสระซึ่งมีสำนักงานในเนเธอร์แลนด์ ออกมาเปิดเผยว่า ข้อมูลจากวิดีโอที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกมาใหม่นั้น “ดูเหมือนจะขัดแย้ง” กับข้อกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ว่าอิหร่านคือผู้โจมตีโรงเรียนประถมในเมืองมินาบ จนทำให้นักเรียนหญิงเสียชีวิตถึง 165 ศพ

ข้อมูลนี้ปรากฏขึ้นท่ามกลางหลักฐานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ อาจเป็นผู้ดำเนินการโจมตีดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. โดยระเบิดตกใส่โรงเรียนประถมหญิงล้วนซึ่งตั้งอยู่ติดกับฐานทัพกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ในเมืองมินาบ จังหวัดฮอร์โมซกัน ทางใต้ของอิหร่าน

ผู้เชี่ยวชาญให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Associated Press โดยอ้างอิงจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม ระบุว่า โรงเรียนดังกล่าวน่าจะถูกโจมตีในช่วงที่มีการทิ้งระเบิดใส่พื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

ภาพวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้น แสดงให้เห็นระเบิดตกใส่ตัวอาคารเรียนส่งผลให้เกิดกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นไปในอากาศ ผสมปนเปกับควันซึ่งน่าจะมาจากการโจมตีระลอกก่อนหน้าในบริเวณพื้นที่เดียวกัน

นายเทรเวอร์ บอล นักวิจัยจาก Bellingcat ได้ระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์ของวิดีโอดังกล่าวว่าอยู่ใกล้กับบริเวณโรงเรียน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงกับการวิเคราะห์ของสำนักข่าว AP เช่นกัน

นายบอลระบุว่าอาวุธดังกล่าวคือ ขีปนาวุธร่อน “โทมาฮอว์ก” ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีเพียงสหรัฐฯ เท่านั้นที่มีไว้ในครอบครองในสงครามครั้งนี้ นี่จึงถือเป็นหลักฐานชิ้นแรกเกี่ยวกับชนิดของยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการโจมตี

...

สิ่งที่ทำให้การประเมินเหตุการณ์นี้ซับซ้อนยิ่งขึ้น คือการขาดแคลนภาพถ่ายเศษซากระเบิดจากจุดเกิดเหตุ และนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น ก็ยังไม่มีหน่วยงานอิสระใดสามารถเข้าไปยังพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบได้

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงเรียนแห่งนี้ หลังนักข่าวถามว่าสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดที่คร่าชีวิตเด็กจำนวนมากนี้หรือไม่ โดยผู้นำสหรัฐฯ ตอบว่า “ไม่ ในความเห็นของผม จากสิ่งที่ผมได้เห็นมา นั่นเป็นการกระทำของอิหร่าน”

ทรัมป์กล่าวเสริมว่า อาวุธของอิหร่านขาดความแม่นยำอย่างมาก ก่อนที่นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะรีบกล่าวแทรกขึ้นมาว่าสหรัฐฯ กำลังดำเนินการสืบสวนเรื่องนี้อยู่

นอกจากนั้น ยังมีหลายปัจจัยที่บ่งชี้ว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของสหรัฐฯ ประการหนึ่งคือการที่กองทัพสหรัฐฯ เริ่มกระบวนการประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตามระเบียบของเพนตากอน เกี่ยวกับขั้นตอนการบรรเทาอันตรายต่อพลเรือน การประเมินจะเริ่มขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า กองทัพสหรัฐฯ อาจมีส่วนผิด

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งซึ่งไม่ขอเปิดเผยนาม บอกกับ AP ว่า การโจมตีดังกล่าวน่าจะเป็นฝีมือของสหรัฐฯ

อีกปัจจัยคือ ที่ตั้งของโรงเรียน ซึ่งอยู่ติดกับฐานทัพกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติฯ และใกล้กับค่ายทหารของหน่วยทหารเรือ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ มุ่งเน้นโจมตีไปที่เป้าหมายหลังนี้ และยอมรับด้วยว่า พวกเขาดำเนินการโจมตีในจังหวัดฮอร์โมซกันด้วย และจุดหนึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนดังกล่าว

ทางด้านอิสราเอล ซึ่งปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือโจมตี ก็มุ่งเน้นโจมตีเป้าหมายในอิหร่านที่อยู่ใกล้กับอิสราเอลมากกว่า และไม่มีรายงานการโจมตีใดๆ ในพื้นที่ที่เลยเมืองอิสฟาฮาน ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนออกไปถึง 800 กิโลเมตร

ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังปฏิบัติการโดยใช้เรือรบในทะเลอาหรับ รวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งอยู่ในระยะที่สามารถโจมตีโรงเรียนดังกล่าวได้


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna